เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 07 กรกฎาคม 2022, 01:45:08
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ธุรกิจบริการ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : https://forums.chiangraifocus.com/index.php?topic=1025412.0

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  คนเชียงราย สังคมเชียงราย (ผู้ดูแล: bm+, [ตา-รา-บาว], zombie01, ۰•ฮักแม่จัน©®, ⒷⒼ*, ตาต้อม, nuifish, NOtis, >:l!ne-po!nt:<, ©®*)
| | |-+  +++กระทู้ติดตามรถไฟเชียงราย +++
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 ... 23 พิมพ์
ผู้เขียน +++กระทู้ติดตามรถไฟเชียงราย +++  (อ่าน 153742 ครั้ง)
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,113


« ตอบ #120 เมื่อ: วันที่ 23 กันยายน 2010, 11:29:08 »

สนข.หนุนศูนย์กระจายสินค้าชายแดนเชียงรายเตรียมรับสะพานโขง4

วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4247 ประชาชาติธุรกิจ


นักธุรกิจในภาคเหนือหนุน สนข.เร่งแจ้งเกิดศูนย์กระจายสินค้าชายแดนครบวงจร เชิงสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 มูลค่าการลงทุนกว่า 2,300 ล้านบาท พร้อมเตรียมเปิดเดินรถโดยสารระหว่างประเทศ 2 สาย "เชียงใหม่-หลวงพระบาง" และเชียงราย-เมืองบ่อเต็น ชายแดนลาว-จีน ขณะที่สินค้าจีนทะลักลงมาอย่างหนัก


นายพัฒนา สิทธิสมบัติ ประธานคณะกรรมการเพื่อโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ (คสศ.) หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศไทยระหว่างปี 2550-2554 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ จ.เชียงรายนั้น สนข.ได้รับมอบหมายให้สำรวจออกแบบรายละเอียด และการบริหารจัดการศูนย์กระจายสินค้าชายแดนครบวงจร (Border Control Facility) บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อมไทย-สปป.ลาว ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เชื่อมกับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว

การสำรวจออกแบบโครงการดังกล่าว มีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งภายในศูนย์จะมีการอำนวยความสะดวกด้านกิจการชายแดนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริการ ณ จุดเดียว (One Stop Service) รวมทั้งการอำนวยความสะดวกด้านสถานที่รองรับรถโดยสาร รถบรรทุก รถไฟ รถทั่วไปด้วย

นอกจากนี้ จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการขนถ่ายสินค้าในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน (ไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้) รวมทั้งเตรียมการเปิดเดินรถโดยสารระหว่างประเทศ 2 สาย คือเส้นทางจากเชียงใหม่-เชียงราย-แขวงบ่อแก้ว-แขวงหลวงน้ำทา-แขวงอุดมไชย-แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว และเส้นทางจากเชียงราย-แขวงบ่อแก้ว-ชายแดน สปป.ลาว-จีน ที่เมืองบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยได้ให้บริการรถโดยสารสู่ระดับนานาชาติลุ่มแม่น้ำโขงมากขึ้น และผลักดันระบบราง โดยการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสาย อ.เด่นชัย จ.แพร่ ไปยังศูนย์กระจายสินค้าดังกล่าว ซึ่งนักธุรกิจในภาคเหนือเห็นว่าโครงการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมาก

ทั้งนี้ เมื่อการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 แล้วเสร็จประมาณปลายปี 2555 ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกในการนำเข้าและส่งออกสินค้าชายแดนผ่านศูนย์กระจายสินค้าดังกล่าวมากขึ้น

นายพัฒนากล่าวว่า ระบบดังกล่าวจะถูกใช้งานให้สอดคล้องกับถนน 4 ช่องจราจรเชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 75 กิโลเมตร โดยจะของบประมาณในปี 2555 ถนนสาย อ.จุน จ.พะเยา-อ.เทิง จ.เชียงราย ระยะทาง 43.709 กิโลเมตร คาดว่าจะของบประมาณได้ราวปี 2555-2559 รวมทั้งได้เพิ่มระบบขนส่งทางรถไฟสาย อ.เด่นชัย จ.แพร่ ไปยัง อ.เชียงของ ประมาณ 346 กิโลเมตร โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังศึกษารายละเอียดให้แล้วเสร็จในปี 2554 เพื่อเสนอของบประมาณไปยังรัฐบาลในปีถัดไป

ส่วนงบประมาณลงทุนศูนย์กระจายสินค้าดังกล่าว สนข.ประเมินมูลค่าการลงทุนประมาณ 2,301 ล้านบาท แบ่งเป็นระยะที่ 1 มูลค่า 1,451 ล้านบาท ระยะที่ 2 มูลค่า 850 ล้านบาท

นายพัฒนากล่าวอีกว่า ในปัจจุบันสินค้าจีนทะลักลงมาอย่างหนัก และคาดว่าเมื่อสะพานข้ามแม่น้ำโขงแล้วเสร็จจะทำให้สินค้าจีนทะลักลงมามากกว่านี้ ดังนั้น การมีระบบรางหรือรถไฟเชื่อมไปสู่สะพานโดยเร็ว จะช่วยลดระดับการทะลักด้วยรถบรรทุกสินค้าจีนสู่ประเทศไทยโดยตรง เพราะไทย-จีนมีข้อตกลงกันว่าเมื่อสะพานแล้วเสร็จจะอนุญาตให้รถบรรทุกของแต่ละประเทศขนส่งสินค้าเข้าสู่ประเทศคู่สัญญาได้ในปีแรก 100 คัน ปีถัดไป 200 คัน และ 500 คัน ตามลำดับ

ดังนั้น หากมีระบบรางเชื่อมจากเด่นชัย-เชียงของ ก็จะทำให้ภาคเอกชนหันมาลดต้นทุนหันมาใช้บริการระบบรางแทน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อประเทศไทยหลายด้าน ทั้งด้านการจัดเก็บรายได้ การลดปริมาณการจราจร เป็นต้น

หน้า 24
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
chelsea◕_◕
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


chelsea


« ตอบ #121 เมื่อ: วันที่ 23 กันยายน 2010, 11:30:07 »

มีเมื่อรัยเนี่ย
IP : บันทึกการเข้า
corolado4
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,832


บ้านสวน ดอยพระบาท11 (ธารน้ำกรณ์2)


« ตอบ #122 เมื่อ: วันที่ 23 กันยายน 2010, 12:01:55 »

"........นายพัฒนากล่าวว่า ระบบดังกล่าวจะถูกใช้งานให้สอดคล้องกับถนน 4 ช่องจราจรเชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 75 กิโลเมตร โดยจะของบประมาณในปี 2555 ถนนสาย อ.จุน จ.พะเยา-อ.เทิง จ.เชียงราย ระยะทาง 43.709 กิโลเมตร คาดว่าจะของบประมาณได้ราวปี 2555-2559 รวมทั้งได้เพิ่มระบบขนส่งทางรถไฟสาย อ.เด่นชัย จ.แพร่ ไปยัง อ.เชียงของ ประมาณ 346 กิโลเมตร โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังศึกษารายละเอียดให้แล้วเสร็จในปี 2554 เพื่อเสนอของบประมาณไปยังรัฐบาลในปีถัดไป........"
ดูแผนโครงการที่ว่ามาข้างต้นซิครับ  ประกอบกับการเป็นรัฐบาลปัจจุบัน   ปีหน้าหรือปีต่อๆไป
เดี๋ยวก็มีการสำรวจ ศึกษารายละเอียด  นำเสนอ  รอพิจารณา  และ  รอ.....รัฐบาลใหม่....
มาเริ่มนับหนึ่ง สำรวจ ศึกษารายละเอียดกันใหม่....อีกที....
    ในส่วนถนนสี่ช่องจราจร ยังพอมองเห็นภาพได้บ้าง เพราะต่อเนื่องจากการสร้างสะพาน ต้องมี
การขนส่ง รถบรรทุกวิ่งจาก เชียงของ-เทิง-จุน-สอง-ร้องกวาง-แพร่ -เด่นชัย-พิษณุโลก
เพราะระยะทางการวิ่งมันสั้นที่สุดที่จะเดินทางไปต่อ สายอีสาน หรือลงใต้ กทม.
  ยังติดตามต่อไปเรื่อยๆ ครับ ถ้ากระทู้นี้อายุยืนยาว จนได้เห็น รางรถไฟ (มีราง โบกี้ก็มาเอง)

IP : บันทึกการเข้า

CEI_Lover
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #123 เมื่อ: วันที่ 23 กันยายน 2010, 20:24:35 »

ลองให้ รมต. ทั้งหลาย มาลงทุนทำธุรกิจที่ เชียงแสน เชียงของ ดูสิ


ถนนกว้างใหญ่ ราบ รถไฟมาแน่


ประเทศไทย มันก็แค่เนี้ย...

...โครงการรองรับความต้องการ (ของกลุ่มอำนาจ โดยอ้าง) ประชาชน

ทุก ๆ สิ่งที่เกิดขึ้น มี ( วงเล็บ ) หมด
IP : บันทึกการเข้า
>:l!ne-po!nt:<
~: ดาบราชบุตร :~
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,254

~>: แขกดอย :<~


« ตอบ #124 เมื่อ: วันที่ 23 กันยายน 2010, 20:35:50 »

ถ้าจะสิ้นชีวาก่อนละ แง่มๆๆๆ
IP : บันทึกการเข้า

!!!!!  กว่า ๑,๑๐๐ กม.จากยอดดอยสู่ทะเล...ตะวันออก  !!!!!

www.facebook.com/1100kilometer

||||| ธรรมชาติสร้างอากาศบริสุทธิ์    ส่วนมนุษย์นั้นสร้างอาวุธเพื่อทำลาย |||||
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,113


« ตอบ #125 เมื่อ: วันที่ 24 กันยายน 2010, 13:23:05 »

 ยิ้มกว้างๆ

เอารถไฟมีรางครับ
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,113


« ตอบ #126 เมื่อ: วันที่ 24 กันยายน 2010, 15:28:45 »

เชียงราย - การรถไฟแห่งประเทศไทยมอบหัวรถไฟพร้อมโบกี้จำนวน 8 โบกี้เพื่อใช้ทำเป็นห้องสมุดให้กับจังหวัดเชียงรายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีการนำไปวางไว้ที่บริเวณศาลากลางเก่า ด้านอบจ.ระบุตำแหน่งที่จัดวางถือเป็นจุดเด่นที่สุดอีกทั้งจะเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์เส้นทางประวัติศาสตร์ที่อบจ.เตรียมโครงการไว้แล้วด้วย

รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า วันนี้ (25 ก.ย.) เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย ได้นำโคลงหัวรถจักรรถไฟพร้อมตู้รถไฟจำนวน 4 โบกี้ ความยาวรวมกันประมาณ 20 เมตร มาจากสถานีรถไฟ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ไปไว้ยังลานหน้าศาลากลาง จ.เชียงราย หลังเก่า ถนนสิงหไคล เทศบาลนครเชียงราย อ.เมืองเชียงราย และทำการติดตั้งสร้างเป็นห้องสมุดรถไฟตามโครงการของ อบจ.เชียงราย โดยมีนางรัตนา จงสุทธนามณี นายก อบจ.เชียงราย นายบุญถิ่น นวลใหม่ รองนายก อบจ.เชียงราย ดูแลการติดตั้งอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่ผ่านไปมาเพราะเป็นการติดตั้งรางและรถไฟของจริง

นางรัตนากล่าวว่า ห้องสมุดรถไฟดังกล่าวสร้างจากรถไฟจริงและการติดตั้งจะแล้วเสร็จ เพื่อให้ทันการเดินทางไปเปิดใช้อย่างเป็นทางการโดยนายโสภณ ซารัมย์ รมว.กระทรวงคมนาคม ในวันที่ 1 ต.ค.นี้

สำหรับโครงการนี้เป็นไปตามดำริของนายโสภณและได้มอบหมายให้นายวันชัย จงสุทธนามณี ที่ปรึกษา รมว.กระทรวงคมนาคม ในการประสานงานซึ่งทาง อบจ.เชียงราย ได้พิจารณาแล้วจึงได้เลือกสถานที่ที่หน้าศาลากลางหลังเก่าแห่งนี้ว่ามีความเหมาะสมที่สุด เพราะเป็นสถานที่ตั้งของพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงริเริ่มการรถไฟไทย

รวมทั้งอยู่กลางเมืองเชียงรายทำให้สะดวกและดูโดดเด่น ขณะที่บริเวณเดียวกัน อบจ.เชียงราย ได้มีโครงการจะสร้างเป็นศูนย์เส้นทางประวัติศาสตร์-วัฒนธรรม-การท่องเที่ยวอยู่แล้ว

“อบจ.มีโครงการจะสร้างหอประวัติศาสตร์เมืองเชียงรายเพื่อเล่าเรื่องราวในอดีตและโครงการหอวัฒนธรรม ซึ่งจะอยู่ในบริเวณเดียวกันดังนั้นการมีห้องสมุดรถไฟดังกล่าวจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการในภาพรวมได้เป็นอย่างดี เพราะในอนาคตสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะนำไปสู่การพัฒนาในระยะยาว คือ เส้นทางเดินเท้าเมืองเชียงรายโดยมีจุดเริ่มต้นจากห้องสมุดรถไฟดังกล่าว จากนั้นเดินชมหอประวัติศาสตร์ หอวัฒนธรรม วัดพระสิงห์ วัดพระแก้ว ตลาดเชียงราย วัดมุงเมือง ฯลฯ ต่อไป” นางรัตนากล่าว และว่าประชาชนทั่วไปยังสามารถไปใช้ประโยชน์จากห้องสมุดรถไฟและโครงการต่างๆ ดังกล่าว ทั้งในด้านของการพักผ่อนหย่อนใจในชีวิตประจำวัน การศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลในทุกเพศวัยได้อีกด้วย

ปัจจุบันโครงการหอประวัติศาสตร์ได้มีการนำเสนองบประมาณเข้าสู่การพิจารณาของสภา อบจ.เชียงราย เรียบร้อยแล้ว ส่วนหอวัฒนธรรมก็อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อนำเสนอต่อไป ดังนั้นช่วงนี้จึงถือเป็นการปรับภูมิศาสตร์ไปในตัวพร้อมทั้งติดตั้งโครงการห้องสมุดรถไฟ จากนั้นคาดว่าในปี 2554 โครงการในภาพรวมทั้งหมดดังกล่าวก็จะเสร็จสมบูรณ์พร้อมให้บริการสังคมต่อไป

สำหรับห้องสมุดรถไฟดังกล่าวภายในจะติดตั้งการนำเสนอสื่อประวัติของรถไฟของโลกและการมีรถไฟในประเทศไทย รวมทั้งเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้องของชาวเชียงรายในการให้มีเส้นทางรถไฟเชื่อมมาจากเด่นชัย-เชียงราย ด้วย

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ที่ผ่านมาทุกภาคส่วนใน จ.เชียงราย ได้มีความพยายามผลักดันโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย มาแล้วหลายสิบปี หลังจากที่ รฟท.ได้เคยศึกษาและออกแบบก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้แล้วเสร็จไปแล้วตั้งแต่ปี 2544 แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการ กระทั่งปี 2553-2554 รัฐบาลได้ให้มีการศึกษาอีกครั้งด้วยงบประมาณ 200 ล้านบาท

โดยเป็นการศึกษารถไฟรางคู่ขนาดกว้าง 1.453 เมตร เชื่อมเด่นชัย-เชียงราย ระยะทาง 246 กิโลเมตร และจากเชียงราย-สันยาว 40 กิโลเมตรเลี้ยวซ้ายไปทาง อ.เชียงแสน และจากสันยาว-เชียงของ จุดก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-สปป.ลาว-ถนนอาร์สามเอ-จีนตอนใต้ อีก 40 กิโลเมตรด้วย


http://www.manager.co.th/Local/ViewN...=9530000134473
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
WEBMASTER
เจ้าสำนักใหญ่
Administrator
แฟนพันธ์แท้
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,441

บุคคลทั่วไป


« ตอบ #127 เมื่อ: วันที่ 24 กันยายน 2010, 15:35:51 »

อิอิ..วันนี้เห็นรถไฟล์ขบวนแรกของเชียงรายมาถึงแล้วนะครับ มีสมาชิกถ่ายภาพไว้ที่กระทู้นี้ครับ

http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=37435.0
IP : บันทึกการเข้า

รับสมัครทีมงาน..ด่วน ตำแหน่ง Web Developer
http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=1088738.0

ติดตามบน Youtube  : https://goo.gl/T3uwHN
White Fang
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #128 เมื่อ: วันที่ 26 กันยายน 2010, 00:15:16 »

มาขอยืนยันคำเดิมที่เคยประกาศเอาไว้ว่า

"คนมีอำนาจ ที่ได้มาจากประชาชน แต่ อัพตัวเองเป็นกลุ่ม Majority ทำตัวเหนือกว่าประชาชน คิดเพียงแต่ว่า "ความคิดความอ่านของตนนั้นถูกต้อง (ถ้าไม่ถูกต้องก็ต้อง อ้างอิงอะไรบ้างอย่าง เพื่อความชอบธรรมและเพื่อดำเนินการ"

คงไม่ต่างจาก กลุ่มผู้บริหารบ้านเมืองเชียงรายหรอกครับ ไม่เคยเห็นหัวประชาชน คิดจะทำอะไรก็ทำ ไม่สำนึกว่า ประชาชนเขาจะคิดอย่างไร

ทำไมไม่ออกมาสอบถามความคิดเห็นประชาชนพลเมือง



ต่างคน ต่างความคิดครับ

ผมว่าอย่างน้อยนักการเมืองท้องถิ่นเราก็ยังผลักดัน ให้เรื่องนี้มันเกิด

ส่วนกลางเค้าคงให้ขบวนนี้มาเป็นสัญญาใจ

แต่ผมชอบนะครับ เอารถไฟปลดระวางมาทำ อย่างน้อยก็ Recycle ครับ ^_^
IP : บันทึกการเข้า
Yong Long Hair
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 471



« ตอบ #129 เมื่อ: วันที่ 26 กันยายน 2010, 12:13:39 »

รถไฟเชียงราย
ผมเองไม่ได้คิดขัดแย้งกับผู้อื่นใดๆทั้งสิ้น
เพียงแต่ต้องการ ....ให้คิดเป็นไปตามพื้นฐาน..ของความจริง  ที่มีโอกาสเป็นไปได้
ไม่ใช่  นอนฝัน..ว่าตัวเองอาจจะถูกหวย..พันล้าน 
ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเพ้อฝัน...
ตราบใดนักการเมืองยัง..เป็นแบบนี้
อย่าเพ้อฝัน..ก่อน 10 ปีนี้
ตราบใดที่ประเทศจีน...ยังไม่สร้างรางมาจ่อที่ชายแดนประเทศลาว
อย่าเพ้อฝัน..ก่อน 10 ปีนี้
ตราบใดที่ รถไฟไทยยังบริหารกันแบบขาดทุนแบบทุกวันนี้
อย่าเพ้อฝัน..ก่อน 10 ปีนี้
ตราบใดที่..รถไฟยังเป็นหนี้อยู่  8 หมื่นล้านบาท
อย่าเพ้อฝัน ก่อน 10 ปีนี้
เพราะจากนี้ไปอีก 5 ปีข้างหน้า อยู่ในการสำรวจซ้ำ
จากนั้นค่อยมาสรุปจุดคุ้มทุนในการสร้าง
อย่า...ตั้งความหวังไว้กับนักการเมืองไทย

ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิด  จะเพ้อและจะฝัน
แต่ฝันนี้  อย่าไปหวังไว้กับนักการเมืองหน้าใหน
นั่นคือการหาเสียงแบบลมๆแล้งๆ
แต่ถ้ารถไฟจะมาเชียงราย.. ไม่ใช่เพราะนักการเมืองเก่ง..
แต่มันสมควรกับเวลาแล้ว..ที่ควรจะต้องมาเสียที
หลังจากที่รอคอยมา 50 ปีเต็มๆ
ขออภัยถ้าความคิดเห็นนี้  ไปขัดแย้งกับผูใด




คิดง่ายๆตามนี้นะครับ

ตามนั้นนะครับ
IP : บันทึกการเข้า

White Fang
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #130 เมื่อ: วันที่ 27 กันยายน 2010, 19:51:08 »

รถไฟเชียงราย
ผมเองไม่ได้คิดขัดแย้งกับผู้อื่นใดๆทั้งสิ้น
เพียงแต่ต้องการ ....ให้คิดเป็นไปตามพื้นฐาน..ของความจริง  ที่มีโอกาสเป็นไปได้
ไม่ใช่  นอนฝัน..ว่าตัวเองอาจจะถูกหวย..พันล้าน 
ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเพ้อฝัน...
ตราบใดนักการเมืองยัง..เป็นแบบนี้
อย่าเพ้อฝัน..ก่อน 10 ปีนี้
ตราบใดที่ประเทศจีน...ยังไม่สร้างรางมาจ่อที่ชายแดนประเทศลาว
อย่าเพ้อฝัน..ก่อน 10 ปีนี้
ตราบใดที่ รถไฟไทยยังบริหารกันแบบขาดทุนแบบทุกวันนี้
อย่าเพ้อฝัน..ก่อน 10 ปีนี้
ตราบใดที่..รถไฟยังเป็นหนี้อยู่  8 หมื่นล้านบาท
อย่าเพ้อฝัน ก่อน 10 ปีนี้
เพราะจากนี้ไปอีก 5 ปีข้างหน้า อยู่ในการสำรวจซ้ำ
จากนั้นค่อยมาสรุปจุดคุ้มทุนในการสร้าง
อย่า...ตั้งความหวังไว้กับนักการเมืองไทย

ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิด  จะเพ้อและจะฝัน
แต่ฝันนี้  อย่าไปหวังไว้กับนักการเมืองหน้าใหน
นั่นคือการหาเสียงแบบลมๆแล้งๆ
แต่ถ้ารถไฟจะมาเชียงราย.. ไม่ใช่เพราะนักการเมืองเก่ง..
แต่มันสมควรกับเวลาแล้ว..ที่ควรจะต้องมาเสียที
หลังจากที่รอคอยมา 50 ปีเต็มๆ
ขออภัยถ้าความคิดเห็นนี้  ไปขัดแย้งกับผูใด




คิดง่ายๆตามนี้นะครับ

ตามนั้นนะครับ



"อย่าเพ้อฝัน" ตราบใดที่คุณทำความฝันของคุณให้เป็นจริงไม่ได้
และ "จงฝัน" เพราะฝันนั้นจะเป็นกำลังใจให้คุณก้าวเดินต่อไป
ผมขอให้ทุกคนฝากความหวังไว้กับนักการเมืองที่คุณเลือก เพราะอย่างน้อย นั่นก็เป็นสิ่งที่เรียกว่า "ประชาธิปไตย" ซึ่งถือเป็นระบบที่ขับเคลื่อนเชียงรายของเรา จากจังหวัดเล็กๆ ให้เติบโตมาจนทุกวันนี้
รถไฟ อาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ยังไม่ถึงเวลาสำหรับเรา เพราะการบริหารงบประมาณในบางเวลา อาจจะมีจังหวัดอื่นที่ต้องการใช้มากกว่าในเชิงเศรษฐกิจ และการเมือง

"อย่าตั้งความหวังไว้กับนักการเมืองหน้าไหน"?
ขอโทษนะครับที่ความเห็นเราขัดแย้ง แต่ ถ้าเราไม่ตั้งความหวังไวเลย "นักการเมืองหน้าไหน"เค้าจะมาอยากทำล่ะครับ!!
ผมว่าเราควรจะต้ังความหวังไว้เยอะๆดีกว่า อย่างน้อย การรถไฟเค้าให้ห้องสมุดเรามาก็เป็นสัญญาณที่ดีของการเริ่มต้น
ผมล่ะครับ เกลียดพวก "มือไม่พายแล้วเอาเท้าราน้ำ"จริงๆ
อย่างน้อยผมขอให้ความเห็นนี้เป็นอีกหนึ่งกำลังใจ ถึงนักการเมืองที่กำลังผลักดันเรื่องนี้อยู่ละกันครับ

ขอบคุณ และเป็นกำลังใจให้นักการเมืองครับ
(และก็ขอสาปแช่งพวกนักการเมืองส่วนหนึ่ง ที่ทำให้จังหวัดเราไม่เจริญสักที!)


IP : บันทึกการเข้า
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,113


« ตอบ #131 เมื่อ: วันที่ 01 ตุลาคม 2010, 16:21:18 »

เชียงราย - รมว.คมนาคม นำทีมผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ร.ฟ.ท.มอบห้องสมุดรถไฟ อบจ.เชียงราย พร้อมหยอดยาหอมรถไฟเด่นชัย-เชียงราย เป็นจริงได้แน่ แต่ต้องขึ้นกับบรรยากาศความสามัคคีในแต่ละพื้นที่ด้วย
       
       วันนี้ (1 ต.ค.) นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดห้องสมุดรถไฟ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย ซึ่งมีการนำหัวรถจักรรถไฟพร้อมราง -ตู้รถไฟ จำนวน 5 โบกี้ ไปจัดแสดงเอาไว้ ณ บริเวณด้านหน้าพระราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 และศาลากลาง จ.เชียงราย หลังเก่าติดกับสำนักงาน อบจ.เชียงราย โดยมีนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.), นายพินิจ หาญพาณิชย์ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย, นางรัตนา จงสุทธนามณี นายก อบจ.เชียงราย นำคณะข้าราชการ ผู้บริหารและสมาชิกองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก
       
       นายโสภณ กล่าวว่า ห้องสมุดรถไฟ ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาว ร.ฟ.ท.และกระทรวงคมนาคม และแสดงให้เห็นว่าตนได้รักษาความพูดเมื่อครั้งที่เดินทางไปปักธงผลักดันโครงการรถไฟเชื่อมเด่นชัย จ.แพร่ -เชียงราย ที่ห้องประชุม อบจ.เชียงราย เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า มีพัฒนาการไปในทางที่ดี เพราะครั้งนั้นเรามีเพียงโครงการและช่วยกันปักธงแต่ครั้งนี้มีการนำหัวรถจักร โบกี้และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาจัดแสดงภายในพิธีเปิดด้วย ซึ่งก็ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีว่าพัฒนาการในอนาคตก็คือรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย นั่นเอง
       
       นายโสภณ กล่าวอีกว่า โครงการห้องสมุดรถไฟครั้งนี้ถือเป็นแห่งแรกของภาคเหนือที่จะให้ประโยชน์กับคนเชียงรายและผู้ที่สนใจอย่างมาก เพราะเป็นการให้ความรู้การศึกษาและในอนาคตหากว่าทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันอย่างแท้จริง ก็จะเกิดเส้นทางรถไฟที่เป็นความหวังของชาวเชียงรายมานานอย่างแน่นอน ตนยืนยันว่าหากยังอยู่ในตำแหน่งก็จะผลักดันอย่างเต็มที่
       
       แต่การพัฒนาด้านต่างๆ ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของประชาชนในพื้นที่และบรรยากาศความร่วมมือสามัคคีที่ดีด้วย หากเดินทางไปแล้วไม่ต้อนรับ ก็คงจะยากที่ไปให้เห็นพื้นที่และบางครั้งตนก็เลือกที่จะไปในพื้นที่ที่ผู้คนมีความสามัคคีปรองดองกันมากกว่า
       
       “อย่างล่าสุดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎ (ส.ส.) พะเยา เชิญให้ไปพื้นที่ แต่ตนก็เลือกที่จะมา จ.เชียงราย แทน”
       
       ด้านนางรัตนา กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นการจุดประกายความหวังของคนเชียงรายที่ต้องการให้มีเส้นทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย และเชื่อว่าผู้ที่จะสามารถผลักดันให้เป็นรูปธรรมก็คือนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เพราะก่อนหน้านี้ก็ได้ร่วมกับชาวเชียงรายปักธงเส้นทางรถไฟมาแล้ว
       
       สำหรับการห้องสมุดดังกล่าวจะเชื่อมกับโครงการอื่นๆ ในบริเวณเดียวกันโดย อบจ.มีโครงการจะสร้างหอประวัติศาสตร์เมืองเชียงรายเพื่อเล่าเรื่องราวในอดีต และโครงการหอวัฒนธรรมเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้และสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของเชียงรายต่อไป
       
       ทั้งนี้ ในพิธีเปิดห้องสมุดรถไฟดังกล่าวทาง อบจ.เชียงราย ได้มีการเชิญทุกภาคส่วนที่มีส่วนผลักดันโครงการรถไฟเด่นชัย-เชียงราย ไปร่วมด้วย เช่น มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย วิทยาลัยเชียงราย หอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย ฯลฯ หลังจากที่โครงการนี้ยืดเยื้อมายาวนานร่วม 50 ปี
       
       กระทั่งเมื่อปี 2544 ทาง ร.ฟ.ท.เคยศึกษาและออกแบบก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้แล้วเสร็จแต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการ กระทั่งปี 2553-2554 รัฐบาลได้ให้มีการศึกษาอีกครั้งด้วยงบประมาณ 200 ล้านบาทให้ศึกษารถไฟรางคู่ขนาดกว้าง 1.453 เมตร เชื่อมเด่นชัย-เชียงราย ระยะทาง 246 กิโลเมตร และจากเชียงราย-สันยาว 40 กิโลเมตรเลี้ยวซ้ายไปทาง อ.เชียงแสน และจากสันยาว-เชียงของ จุดก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-ส.ป.ป.ลาว-ถนนอาร์สามเอ-จีนตอนใต้ อีก 40 กิโลเมตรด้วย


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000137949
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,113


« ตอบ #132 เมื่อ: วันที่ 14 ตุลาคม 2010, 16:14:49 »

เชียงราย-บุรีรัมย์ลงนามการค้าคู่มิตร
13 ตุลาคม 2553 เวลา 20:40 น. | เปิดอ่าน 312 | ความคิดเห็น 3
ประธานหอการค้าเชียงรายและบุรีรัมย์ลงนามหอการค้าคู่มิตร พร้อมหนุนสร้างรถไฟฟ้าเด่นชัย-เชียงราย

นายวิรุณ คำภิโล ประธานหอการค้า จ.เชียงราย กล่าวว่า ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับนายรัชพล ตระหนักยศ ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ บันทึกข้อตกลง หอการค้าคู่มิตร ระหว่างกัน โดยจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ในการทำงาน และร่วมมือกันทางด้านการค้า เศรษฐกิจ การศึกษา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ระหว่าง หอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ และหอการค้าจังหวัดเชียงราย จะถูกเรียกแทนด้วยคำว่า “หอการค้าทั้งสองหอการค้า” ซึ่งได้ร่างข้อตกลงขึ้นบนพื้นฐานของความเท่าเทียมกันและเพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย


นายรัชพล กล่าวว่า ที่ผ่านมาเดินทางมาจังหวัดเชียงรายบ่อย และเห็นในศักยภาพของ จ.เชียงราย ที่มีชายแดนติดกับประเทศสหภาพพม่า สปป.ลาว และเชื่อมต่อไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งทางถนน สาย R3a และเรือในแม่น้ำโขง ก็อยากจะให้มีการส่งเสริมแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวต่อกัน เช่น อนาคตอาจมีนักท่องเที่ยวจีน และเชียงราย เดินทางไปเที่ยว จ.บุรีรัมย์ มากขึ้น

ทั้งนี้ บุรีรัมย์มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และปัจจุบันมีการพัฒนาพื้นที่ ถนน ให้มีความสะดวก และนักท่องเที่ยวจากบุรีรัมย์ ก็จะมาเที่ยว จ.เชียงราย นอกจากนี้ยังสนับสนุน แนวทางที่ชาวเชียงราย และใกล้เคียง อยากให้รัฐบาล สร้างทางรถไฟสายเด่นชัย จ.แพร่ มา จ.เชียงราย ซึ่งอาจจะมีการเชื่อมเส้นทางรถไฟจากจีนทางด้านนี้ด้วย เพื่อรับกับการท่องเที่ยวและการค้าของชาวจีน โดยขณะนี้ กระทรวงคมนาคม อนุมัติงบกว่า 200 ล้านบาท เพื่อศึกษาเส้นทางนี้อยู่


http://www.posttoday.com/%e0%b8%81%e...b8%95%e0%b8%a3
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
CEI_Lover
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #133 เมื่อ: วันที่ 14 ตุลาคม 2010, 17:27:01 »

มาขอยืนยันคำเดิมที่เคยประกาศเอาไว้ว่า

"คนมีอำนาจ ที่ได้มาจากประชาชน แต่ อัพตัวเองเป็นกลุ่ม Majority ทำตัวเหนือกว่าประชาชน คิดเพียงแต่ว่า "ความคิดความอ่านของตนนั้นถูกต้อง (ถ้าไม่ถูกต้องก็ต้อง อ้างอิงอะไรบ้างอย่าง เพื่อความชอบธรรมและเพื่อดำเนินการ"

คงไม่ต่างจาก กลุ่มผู้บริหารบ้านเมืองเชียงรายหรอกครับ ไม่เคยเห็นหัวประชาชน คิดจะทำอะไรก็ทำ ไม่สำนึกว่า ประชาชนเขาจะคิดอย่างไร

ทำไมไม่ออกมาสอบถามความคิดเห็นประชาชนพลเมือง



ต่างคน ต่างความคิดครับ

ผมว่าอย่างน้อยนักการเมืองท้องถิ่นเราก็ยังผลักดัน ให้เรื่องนี้มันเกิด

ส่วนกลางเค้าคงให้ขบวนนี้มาเป็นสัญญาใจ

แต่ผมชอบนะครับ เอารถไฟปลดระวางมาทำ อย่างน้อยก็ Recycle ครับ ^_^

@Reply นี่

เขาแค่ หาที่เก็บขยะของการรถไฟ ครับ
IP : บันทึกการเข้า
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,113


« ตอบ #134 เมื่อ: วันที่ 15 ตุลาคม 2010, 08:18:33 »

ร.ฟ.ท.ลุ้นเส้นทาง'เด่นชัย-เชียงราย'

ร.ฟ.ท.เริ่มต้นใหม่สาย "เด่นชัย-เชียงราย"เร่งคัดเลือก 38 บริษัทที่ปรึกษาโครงการก่อสร้าง ให้เหลือไม่เกิน 6 ราย เผยใช้งบ 175 ล้านบาท ชี้ทางแก้ลุ่มน้ำพื้นที่ 1A เตรียมเสนอเจาะอุโมงค์ยาว 8 กิโลเมตรลอดภูเขาช่วงเด่นชัย-พะเยา เผยอาจใช้งบกว่า 25,000 ล้านบาท
นายสุประภาส เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าได้เร่งคัดเลือก 38 บริษัทที่ปรึกษาให้เหลือไม่เกิน 6 รายเพื่อว่าจ้างทำการศึกษาออกแบบรายละเอียดโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟเด่นชัย(จังหวัดแพร่) -เชียงรายตามที่ได้รับอนุมัติงบประมาณแล้วจำนวน 175 ล้านบาท คาดว่าจะสรุปในเร็ว ๆนี้ ส่วนการศึกษาฯนั้นจะใช้เวลาประมาณ 1 ปีโดยรวมการศึกษาเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมเอาไว้ด้วย โดยจะสามารถเปิดประมูลและก่อสร้างได้ในปี 2555 ซึ่งอาจให้กระทรวงการคลังเป็นผู้จัดหาแหล่งเงินกู้สนับสนุนหรือวิธีการอื่นๆเนื่องจากโครงการนี้ใช้งบประมาณสูงกว่า 25,000 ล้านบาท
"ตามที่บริษัทที่ปรึกษาได้สำรวจออกแบบรายละเอียดไว้แล้วนั้นมีแนวทางการลงทุน 2 ลักษณะ คือ 1. ให้เอกชนดำเนินการก่อสร้างให้ก่อน (Turnkey) และรัฐบาลไทยจ่ายค่าก่อสร้างคืนด้วยวิธีเคาน์เตอร์เทรดด้วยผลิตผลการเกษตรภายในประเทศ หรือ 2. ให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนโดยให้ได้รับสัมปทานโครงการภายในกำหนดเวลา (Concession)และรัฐบาลให้การสนับสนุนในเงื่อนไขบางประการ รวมทั้งการเวนคืนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ "นายสุประภาส กล่าวและว่า
นอกจากนี้ยังเร่งให้รัฐบาลจัดสรรวงเงินงบประมาณเพื่อการเวนคืนที่ดินได้ทันทีหลังจากพระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับ อีกทั้งขออนุมัติให้ผ่อนผันมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในการใช้ประโยชน์พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ เพื่อก่อสร้างทางรถไฟบางส่วน ซึ่งการรถไฟฯได้เตรียมออกแบบเจาะเป็นอุโมงค์ยาวประมาณ 8กิโลเมตรผ่านภูเขาในพื้นที่ซึ่งจะเป็นอุโมงค์ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยใช้หลีกเลี่ยงพื้นที่ลุ่มน้ำดังกล่าวแล้ว
"โครงการนี้ยืดเยื้อมานาน เมื่อปี 2528 ประเทศอังกฤษได้ให้การศึกษาฟรีมาครั้งหนึ่งแล้ว ปี 2539 ได้ทุ่มงบ 122 ล้านบาทเพื่อศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นพร้อมทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และครั้งที่ 3 เมื่อปี 2544 ที่ร.ฟ.ท.เคยว่าจ้างทบทวนผลการศึกษาและออกแบบก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้ภายใต้งบประมาณ 15 ล้านบาท แต่ครม.ไม่อนุมัติเพราะอยู่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ต่อมาในปี 2553 รัฐบาลให้มีการศึกษาอีกครั้งเป็นระบบรถไฟทางคู่ขนาดกว้าง 1.435 เมตร ระยะทาง 246 กิโลเมตร
ล่าสุด ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะขยายเส้นทางออกไปถึงอำเภอเชียงแสนหรืออำเภอเชียงของที่จะเพิ่มระยะทางออกไปอีกประมาณ 80 กิโลเมตรเพื่อจะเชื่อมต่อไปยังชายแดน
โดยจะแบ่งเป็น 3 ตอนคือ ตอนแรกช่วงเด่นชัย-เชียงราย ตอนที่ 2 เชียงราย-เชียงแสน และตอนที่ 3 เชียงแสน-เชียงของ"
สำหรับโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย มีจำนวน 22 สถานีตามผลการศึกษาเดิมจะมีปริมาณผู้โดยสารในปี 2545 จำนวน 1,600,000 เที่ยว/คน/ปี ปี 2553 จำนวน 1,665,000 เที่ยว/คน/ปี และปี 2567 จำนวน1,786,000 เที่ยว/คน/ปี ให้ผลความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ 13.8% วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงข่ายและระบบการขนส่งทางรถไฟ
และถือ เป็นเส้นทางสายยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและเส้นทางรถไฟจากสาธารณรัฐประชาชนจีนตอนใต้ ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางของการค้า ขนส่งในภูมิภาค

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,574 14-16 ตุลาคม พ.ศ. 2553
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,113


« ตอบ #135 เมื่อ: วันที่ 25 ตุลาคม 2010, 15:33:38 »

โสภณ"คุมเข้มนโยบายใช้งบประมาณแสนล้าน ปี 54 ยันต้องโปร่งใสตรงไปตรงมา และตรวจสอบได้ ไม่หวั่นถูกพรรคร่วมรัฐบาลย้อนรอยสอบแต่ละโครงการ  ทางหลวงชูโครงการถนน 4 ช่องจราจรระยะที่ 2 จำนวน 9 เส้นทางงบกว่า 3,152 ล้านบาท ด้านทางหลวงชนบทไม่น้อยหน้าชูโครงการถนนไร้ฝุ่นเฟส 2 โครงการทางหลวงชนบทเพื่อการท่องเที่ยวเป็นจุดขาย ซ่อมถนนทั่วประเทศอีกหมื่นล้าน


 นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าได้มอบนโยบายให้แต่ละหน่วยงานใช้งบประมาณปี 2554 ไปแล้วว่าต้องใช้อย่างโปร่งใสตรวจสอบได้และขอให้ตรงไปตรงมา โดยเฉพาะงบของกรมทางหลวง(ทล.) กรมทางหลวงชนบท(ทช.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)ที่ได้มากกว่าหน่วยอื่น ๆ จึงระมัดระวังในการดำเนินงาน และไม่หวั่นที่จะมีการตรวจสอบทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านเพราะปัจจุบันการดำเนินงานจะเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบจากภาคประชาชนในแต่ละพื้นที่มากขึ้นทั้งการนำเสนอความเห็นและการสำรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อม
 "แม้งบจะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา โดยมีวงเงินแสนกว่าล้านบาท ซึ่งใช้จ่ายในโครงการที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน เช่น การขยายถนน 4 เลนของกรมทางหลวงใน 9 เส้นทางที่ปัจจุบันสภาพการจราจรหนาแน่นมากขึ้นและเป็นเส้นทางหลัก ตลอดจนถนนโครงข่ายอื่น ๆ ที่จะต้องได้รับการพัฒนา ส่วนทางหลวงชนบทก็ยังให้ความสำคัญกับถนนไร้ฝุ่นเฟส 2 ก็ต้องผลักดันต่อไป เช่นเดียวกับการรถไฟฯที่จะเน้นไปที่ความปลอดภัยด้านการก่อสร้างสะพาน รั้ว ทางข้ามเพราะงบประมาณผูกพันข้ามปีจึงต้องทยอยดำเนินงาน แม้ช่วงนี้มีวิกฤติน้ำท่วมก็อาจจะมีการโยกงบประมาณไปใช้ในบางโครงการได้ซึ่งจะพิจารณาเมื่อได้รับรายงานครบทั้งหมดภายหลังจากเหตุการณ์กลับสู่ปกติแล้วอีกครั้ง"
 ด้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าในปี 2554 นี้กระทรวงคมนาคมจะได้รับงบประมาณจำนวน 109,070 ล้านบาทโดยแยกเป็นหน่วยงานราชการ 80,354 ล้านบาท และรัฐวิสาหกิจ 28,716 ล้านบาท และ 3 หน่วยงานจะได้รับงบประมาณมากกว่าหน่วยอื่น ๆ คือ กรมทางหลวงจำนวน  46,999 ล้านบาท ส่วนกรมทางหลวงชนบท  25,078 ล้านบาท และการรถไฟแห่งประเทศไทย 11,410 ล้านบาท
 "แต่ละหน่วยได้สรุปโครงการตามกรอบงบประมาณที่ได้รับมาแล้ว ซึ่งเห็นว่าเป็นโครงการเร่งด่วนและจำเป็น ทั้งกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทหรือแม้กระทั่งการรถไฟฯ ส่วนกรมอื่น ๆ เช่น กรมการขนส่งทางบกก็เพิ่มความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกด้านการทำเอกสารสำหรับการจดทะเบียนรถเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับกรมเจ้าท่าที่จะเน้นไปที่การสร้างเขื่อนป้องกันน้ำเซาะในหลาย ๆ พื้นที่ การสร้างท่าเรือและเรื่องความปลอดภัย ทางด้านกรมการบินพลเรือนจะเน้นไปที่การพัฒนาท่าอากาศยานทั่วประเทศจึงต้องเร่งฟื้นฟูให้กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมโดยเร็วที่สุดโดยจะจัดให้มีการตรวจสอบการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องโดยตลอด"
 นายวิชาญ คุณากูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่าหลาย ๆ โครงการเป็นการใช้เงินงบประมาณประจำปี แต่ยังมีหลายโครงการที่จะขอใช้เงินกู้มาดำเนินการ เช่น โครงการก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดเชียงใหม่-อำเภอหางดง วงเงิน 900 ล้านบาท โครงการก่อสร้างถนนด้านตะวันออก-ตะวันตก ช่วงชัยพฤกษ์-กาญจนาภิเษก งบ 2,300 ล้านบาท โครงการถนนเพื่อการท่องเที่ยวตะวันตก-ตะวันออก 6,000 กิโลเมตร โดยจะดำเนินการเป็นช่วง ๆ นอกจากนั้นยังมีโครงการซ่อมบำรุงทางทั่วประเทศกว่า 49,000 กิโลเมตรที่จะใช้งบประมาณ 10,000 ล้านบาทที่มีความจำเป็นด้วยเช่นกัน
 ส่วนนายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่าปี 2554 จะเร่งผลักดันโครงการถนนมอเตอร์เวย์เส้นบางใหญ่-บ้านโป่ง-ราชบุรี ให้เชื่อมต่อไปยังนครปฐม-หัวหินอีกครั้ง โดยจะมีการศึกษาเพิ่มเติมในจุดเส้นทางใหม่เพื่อนำเสนอการพิจารณา ส่วนถนนเชื่อมโครงการในพื้นที่อำเภอหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ที่กระทรวงคมนาคมร่วมกับกระทรวงมหาดไทยเร่งรัดนั้นมีแผนก่อสร้างสายหัวหิน-บรรจบทางเลี่ยงเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 12.4 กิโลเมตรอยู่แล้ว โดยเป็นงบผูกพันปี 2552-2555
 สำหรับรายละเอียดงบประมาณที่แต่ละหน่วยงานได้รับในปี 2554 ประกอบด้วย  กรมทางหลวง 46,999 ล้านบาท โดยโครงการที่โดดเด่นได้แก่ การเร่งรัดขยายทางสายประธานให้เป็น 4 ช่องจราจร (ระยะที่ 2) จำนวน 9 เส้นทาง งบประมาณ 3,430 ล้านบาท  กรมทางหลวงชนบท ได้งบประมาณ  25,078 ล้านบาท ที่โดดเด่นนอกเหนือจากโครงการถนนไร้ฝุ่นเฟส 2 งบ 2,829 ล้านบาท  615 กิโลเมตรแล้วยังมีโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา(นนทบุรี1) วงเงิน 1,138 ล้านบาท โครงการบำรุงรักษาระบบโครงข่ายทางหลวงชนบท 9,983 ล้านบาท โครงการทางหลวงชนบทเพื่อการท่องเที่ยว 795 ล้านบาท และโครงการทางหลวงชนบทเพื่อการเชื่อมต่อระบบขนส่ง วงเงิน 826 ล้านบาท

 การรถไฟแห่งประเทศไทย 11,410 ล้านบาท ที่มีแผนดำเนินการได้แก่ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการ 7,573 ล้านบาท โครงการปรับปรุงทางและสะพานตามจุดต่าง ๆ  การจัดหาเครื่องกั้นถนน 981 ล้านบาท โครงการศึกษาความเหมาะสมเส้นทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย 129 ล้านบาท การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)ได้ 7,625 ล้านบาท โดยจะเน้นไปที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบการบริหารจัดการขนส่งและบริการ 1,412 ล้านบาท การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 8,131 ล้านบาทมีโครงการที่เร่งด่วนคือการก่อสร้างระบบเก็บค่าผ่านทางและระบบควบคุมความปลอดภัยด้านการจราจรจุดเชื่อมต่อทางพิเศษบูรพาวิถีกับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม งบ 1,220 ล้านบาท


 กรมเจ้าท่า 4,011 ล้านบาทจะเน้นไปที่การสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง สร้างเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา การขุดลอกทะเลสาบสงขลา  314 ล้านบาท สร้างท่าเทียบเรือ สร้างเขื่อนในจังหวัดนครพนม ที่อำเภอจอมทองเชียงใหม่  และที่เด่นชัย จังหวัดแพร่ 2,020 ล้านบาท และค่าผลิตบุคลากรด้านพาณิชย์นาวี  132 ล้านบาท กรมการขนส่งทางบก 2,120 ล้านบาท โครงการบริการด้านทะเบียนรถและใบอนุญาต 991 ล้านบาท โครงการก่อสร้างสำนักงานขนส่งสาขา แพร่-สุรินทร์และสมุทรปราการ 89 ล้านบาท โครงการพัฒนาความปลอดภัยและกำกับดูแลการขนส่งทางถนน 650 ล้านบาท องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) 1,308 ล้านบาท ที่จะนำไปใช้ชดเชยด้านการบริการสาธารณะเป็นหลัก


 ในส่วนหน่วยงานกรมการบินพลเรือน 1,351 ล้านบาท ได้แก่ การพัฒนาท่าอากาศยานในภูมิภาค 26 แห่ง 1,144 ล้านบาท สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) 454 ล้านบาท โครงการที่โดดเด่น ได้แก่ การศึกษาจัดทำแผนแม่บทการขนส่งและจราจรในภูมิภาค 317 ล้านบาท สถาบันการบินพลเรือน 241 ล้านบาท และสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม 383 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,577  24-27  ตุลาคม พ.ศ. 2553

http://www.thannews.th.com/index.php?option=com_content&view=article&id=45107:54&catid=128:-real-estate-&Itemid=478
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,113


« ตอบ #136 เมื่อ: วันที่ 01 พฤศจิกายน 2010, 10:28:05 »

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4258  ประชาชาติธุรกิจ


มิติม้าเหล็กไทย(1)

คอลัมน์ หนึ่งคิดหนึ่งทำ

โดย สันติ โยนกพันธ์, ชนายุส ตินารักษ์



แผนการลงทุน 1.76 แสนล้านบาทเพื่อปรับโครงสร้างพื้นฐานของการรถไฟแห่งประเทศไทย และการจับมือกับจีนสร้างโครงข่ายรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมโยงประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นสัญญาณแห่งความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจมากที่สุดของการรถไฟแห่งประเทศไทย ตั้งแต่เริ่มดำเนินการมาเมื่อ พ.ศ. 2439 ซึ่งนับถึงปัจจุบันก็กว่า 113 ปี

ผลลัพธ์มนตรา 1.76 แสนล้าน

งบประมาณมหาศาลย่อมหวังผลที่ดีงาม เรื่องที่เห็นได้ง่ายคือคุณภาพใหม่ในการบริการผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าสัมผัสได้ รวดเร็วขึ้น มีความถี่ของขบวนรถไฟมากขึ้น

มาตรฐานใหม่ที่การรถไฟฯมั่นใจว่าทำได้คือ รถไฟเพิ่มความเร็วถึงระดับ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในการขนส่ง ผู้โดยสาร และ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในการขนส่งสินค้า และมีขบวนรถไฟบริการมากขึ้น

ความมั่นใจนี้มาจากการเปลี่ยนไม้หมอนรางรถไฟจากไม้หมอนไม้เป็นไม้หมอนคอนกรีต ปรับปรุงทางวิ่งปรับปรุงสะพาน ติดตั้งอาณัติควบคุมการเดินรถเป็นแบบสัญญาณอัตโนมัติ ติดตั้งเครื่องกั้นการจราจรทางถนนทุกจุดที่ถนนตัดผ่านทางรถไฟ และติดตั้งรั้วสองข้างทางตามแนวเขตทางรถไฟ รวมทั้งผลบวกจากการลงทุนสร้างทางรถไฟทางคู่เพิ่มขึ้นระยะเร่งด่วน 767 กิโลเมตร

เพื่อลดการสับหลีกรถไฟทำให้รถไฟวิ่งได้ต่อเนื่อง การจัดซื้อหัวรถจักรใหม่ ซ่อมหัวรถจักรเดิม จัดซื้อรถโดยสารรุ่นใหม่เพิ่มเติม ทั้งหมดนี้ดำเนินการบนโครงข่ายรางรถไฟขนาดเท่าเดิมกว้าง 1 เมตร และในช่วงเวลาเดียวกันรถไฟไทยเปิดมิติใหม่ในเรื่องการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงมากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ไทยจีนใกล้กันแค่นี้เอง

การรถไฟฯมีโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านดังนี้

เส้นทางสายใต้ความยาวประมาณ 1,900 ก.ม. เริ่มต้นที่กรุงเทพฯ ตรงไปสุราษฎร์ธานี แล้วแยกออกเป็น 2 เส้นทาง ทางแรกไปภูเก็ต ส่วนอีกทางผ่านหาดใหญ่ ปีนัง กัวลาลัมเปอร์ และไปสิ้นสุดที่ประเทศสิงคโปร์

เส้นทางสายเหนือความยาวประมาณ 1,100 ก.ม. เริ่มต้นที่กรุงเทพฯไปนครสวรรค์ ตาก จากนั้นแยกออกเป็น 2 ทาง ทางแรกไปนครย่างกุ้ง อีกทางหนึ่งไปเชียงใหม่ เชื่อมต่อไปยังเชียงราย และเมืองคุนหมิง ประเทศจีนในอนาคต

เส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ ความยาวประมาณ 600 ก.ม. เริ่มจากกรุงเทพฯ ผ่านนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี หนองคายไปสุด ณ เมืองเวียงจันทน์ สามารถเชื่อมต่อไปยังเมืองคุนหมิงประเทศจีน และฮานอยประเทศเวียดนามในอนาคต

เส้นทางสายตะวันออก ความยาวประมาณ 800 ก.ม. เริ่มจากกรุงเทพฯ ผ่านฉะเชิงเทราไปยังระยอง ต่อไปเชื่อมถึงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และไปสุดสายที่เมืองโฮจิมินหŒซิตี ประเทศเวียดนาม

ประเทศจีนสนใจร่วมลงทุนกับไทยในเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ สายตะวันออก และสายใต้ ความคืบหน้าในเรื่องนี้มีการสำรวจเส้นทางร่วมกันและ เริ่มต้นกรอบเจรจาความร่วมมือเพื่อให้สภาผู้แทนฯพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้ทางจีนได้ร่วมทุนกับลาวสร้างทางรถไฟขนาดมาตรฐานจากชายแดนจีนมายังนครเวียงจันทน์แล้ว

เมื่อโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงสร้างเสร็จ จีนกับไทยจะใกล้กันนิดเดียว ความสัมพันธ์ด้านต่าง ๆ ระหว่างไทย-จีนและประเทศเพื่อนบ้านมีโอกาสพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจากการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าความเร็วสูงภายในเวลาไม่ถึง 1 วัน

หน่วยธุรกิจหมัดเด็ดการบริหารใหม่

ขณะเดียวกันการรถไฟแห่งประเทศไทยมีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารใหม่เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานประกอบด้วย 3 หน่วยธุรกิจภายใน (business unit) และ 1 บริษัทลูก ได้แก่ หน่วยธุรกิจการเดินรถ หน่วยธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน หน่วยธุรกิจการซ่อมบำรุง บริษัทดำเนินโครงการ Airport Rail Link โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยถือหุ้นทั้งหมด รวมทั้งการปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานส่วนกลางที่ดูแลงานโครงสร้างพื้นฐานและอำนวยการการทำงานของ 3 หน่วยธุรกิจภายใน

แนวคิดของหน่วยธุรกิจที่สำคัญคือประสิทธิภาพ โดยมีการวัดผลการประกอบการ และผลสัมฤทธิ์ในการทำงาน ตามภารกิจของแต่ละหน่วยธุรกิจ ทั้งนี้หน่วยธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน ซึ่งบริหารจัดการ "ที่ดินรถไฟ" ได้รับการจับตามองมากที่สุด เพราะที่ผ่านมาการรถไฟฯมีแผนการเบื้องต้นในการพัฒนาที่ดินย่านมักกะสัน ย่านพหลโยธิน และย่านสถานีแม่น้ำ รวมทั้งที่ดินบริเวณสถานีรถไฟหัวเมืองสำคัญ เช่น เชียงใหม่และหาดใหญ่ เป็นต้น

เมื่อโครงการการบริหารจัดการใหม่เริ่มต้นวันที่ 1 ตุลาคม 2553 นี้ หน่วยธุรกิจการบริหารทรัพย์สินได้เวลาเดินหน้าแผนพัฒนาที่ดินรถไฟเสียที หลังจากเงื้อง่าราคาแพงมาแสนนาน

ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ส่งผลให้ม้าเหล็กไทยที่เก่าแก่ชราภาพ เจ็บป่วย ใกล้ทุพพลภาพ จักมีฤทธิ์มีเดชขึ้นใหม่ เหมือนปลุกเสกม้าแกลบให้เป็นม้านิลมังกร (ม้าของสุดสาครในเรื่องพระอภัยมณี) แต่ม้าต้องมีคนขี่

ดังนั้น จุดสำคัญคือการเตรียมบุคลากรรองรับ ?

หน้า 31

http://www.prachachat.net/view_news.php?newsid=02hmc02011153&sectionid=0220&day=2010-11-01
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,113


« ตอบ #137 เมื่อ: วันที่ 03 พฤศจิกายน 2010, 14:43:26 »

เป้าหมายของอาเซียน (บทบรรณาธิการ)



การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่17ที่กรุงฮานอยสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามในวันที่ 28 - 30 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีของไทยได้เสนอแผนการที่เรียกชื่อว่า"อาเชี่ยนคอนเน็คติวิตี้"เพื่อให้ที่ประชุมสุดยอดผู้นำทั้ง 10 ชาติให้ความเห็นชอบในหลักการ

หลักการนี้จะนำไปสู่เป้าหมายในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าที่จะทำให้กลุ่มชาติอาเชี่ยนมีฐานะเป็นหนึ่งเดียวเช่นเดียวกับสหภาพยุโรป นายกรัฐมนตรีของไทยได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่รายงานข่าวการประชุมสุดยอดครั้งนี้ว่าจะเป็นก้าวแรกที่จะทำให้อาเชี่ยนมีสภาพเป็นอาเชี่ยนยูเนี่ยนในอนาคต

วิธีการดังกล่าวคือให้ชาติอาเชี่ยนยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของเส้นทางคมนาคมซึ่งจะทำให้เป็นสะพานข้ามช่องว่างของการพัฒนาในระหว่างชาติสมาชิกทำให้อาเชี่ยนมีเส้นทางคมนาคมขนส่งทัดเทียมกับภูมิภาคอื่นๆของโลก

แผนของนายกรัฐมนตรีไทยก็คือการก่อสร้างทางหลวงที่มีมาตรฐานเชื่อมโยงกันตั้งแต่เมียนม่าร์ที่เริ่มสร้างทางหลวงมาตรฐานดีจากชายแดนอินเดียมาสู่ร่างกุ้งผ่านเข้าประเทศไทยที่แม่สอดผ่านมาถึงพิษณุโลกซึ่งมีทางหลวงเชื่อมไปที่เชียงใหม่และลงมากรุงเทพมหานครผ่านลงไปทางภาคใต้ของไทยที่หาดใหญ่และเข้าไปยังมาเลเซียไปสิ้นสุดทางหลวงที่สิงคโปร์

อีกด้านหนึ่งเมียนม่าร์จะสร้างทางหลวงเข้าไปเชื่อมกับจีนไปถึงมณฑลยูนานและเสฉวนเข้ามาเชื่อมกับทางหลวงของไทยที่เชียงรายซึ่งจะมาเชื่อมต่อถึงพิษณุโลกจากจุดนี้จะมีทางหลวงไปยังขอนแก่นผ่านอุดรธานีและหนองคายไปสู่กรุงเวียงจันทร์ในลาว

ส่วนลาวนั้นก็จะมีการสร้างทางหลวงจากเวียงจันทร์ไปยังเวียดนาม 2 สาย สายหนึ่งไปที่กรุงฮานอย อีกสายไปที่โฮจิมินห์ซิตี้และยังมีทางหลวงอีกสายผ่านหลวงพระบางไปเชื่อมต่อกับจีนที่เชียงรุ้ง ด้านกัมพูชานั้นจะมีทางหลวงจากอรัญประเทศผ่านกรุงพนมเป็ญไปยังโฮจิมินห์ซิตี้ในเวียดนามและอีกสายหนึ่งจากพนมเป็ญไปเชื่อมต่อกับลาวผ่านจำปาศักดิ์และสุวรรณเขตไปสู่เวียงจันทร์

นอกจากทางหลวงแล้วจะต้องสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่ออินเดียผ่านเมียนม่าร์และไทยออกไปสู่ลาวที่จะเชื่อมโยงไปสู่จีน เวียดนามและกัมพูชา ส่วนไทยก็จะมีทางรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯไปมาเลเซียและสิ้นสุดที่สิงคโปร์

ผู้นำไทยคาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนตามแผนระหว่าง 750 พันล้านดอลล่าร์ถึง 770 พันล้านดอลล่าร์ซึ่งจะมีการระดมทุนจากชาติสมาชิกอาเชี่ยนจากธนาคารโลกและธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเซียรวมไปถึงการกู้ยืมจากชาติมหาอำนาจ

เมื่อแผนสำเร็จก็จะทำให้อาเชี่ยนมีการคมนาคมขนส่งทันสมัยเช่นเดียวกับยุโรปซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของกลุ่มอาเชี่ยนที่มีประชากรรวมกัน 600 ล้านคนมีความก้าวหน้าไม่แพ้ทวีปอื่นๆอย่างแน่นอน


http://www.naewna.com/news.asp?ID=234880
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,113


« ตอบ #138 เมื่อ: วันที่ 05 พฤศจิกายน 2010, 23:07:40 »

ประชุมหอการค้าทั่วปท.ปัดฝุ่นโครงการรถไฟเด่นชัย-ชร.
   
 5 พย. 2553 17:39 น.  สนับสนุนโดย NECTEC


นายวิรุณ คำภิโล ประธานหอการค้าจ.เชียงราย กล่าวว่า ในการประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 28 ระหว่างวันที่ 26 -28 พฤศจิกายน 2553 นี้ที่จ.ขอนแก่น หอการค้าจ.เชียงรายเตรียมเรื่องเพื่อนำเสนอในที่ประชุมเพื่อขอมติจากหอการค้าทั่วประเทศร่วมผลักดันและนำเสนอผลการประชุมต่อรัฐบาล ประเด็นหลัก คือ การพัฒนาศักยภาพระบบโลตจิสติกส์ของจ.เชียงรายและภาคเหนือ ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยเฉพาะการหยิบยกเรื่องโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายเด่นชัย - เชียงราย ซึ่งหอการค้าฯเคยเรียกร้องผ่านรัฐบาลแล้วหลายครั้งแต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เดิมเคยอ้างอิงความจำเป็นกรณีจีนให้ความสนใจจะขยายเส้นทางรถไฟผ่านลาวเชื่อมมายังชายแดนไทยด้านจ.เชียงราย แต่เมื่อไทยล่าช้าจีนจึงหันไปขยายเส้นทางรถไฟผ่านลาว พม่า เชื่อมไปยังเวียดนามและกัมพูชาแทน

แต่ทั้งนี้หอการค้าฯยังมองเห็นลู่ทางและโอกาสการขยายเส้นทางรถไฟสายเด่นชัย -เชียงราย เพราะช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งได้มากกว่า 3 - 4 เท่าตัว และเพื่อเชื่อมต่อกับเส้นทางอาร์ 3 เอ ผ่านไทย-ลาว -จีน ซึ่งเปิดใช้อย่างเป็นทางการมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ขณะเดียวกันโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงตามแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) (เชียงของ-ห้วย ทราย) เชื่อมเชียงราย-คุนหมิง ผ่าน สปป.ลาว (เส้นทางอาร์3เอ) หรือสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ตั้งอยู่บริเวณบ้านปักอิง ต.ศรีดอนไชย อ.เชียงของ จ.เชียงรายอ.เชียงของ จ.เชียงราย ที่ได้ผู้รับเหมาและเตรียมก่อสร้างหลังน้ำโขงลดระดับลงในฤดูแล้งปลายปีนี้ หรือต้นปี2554

นอกจากนี้หอการค้าฯเตรียมนำเสนอประเด็นการเตรียมความพร้อมของบุคคลกรในพื้นที่ ในฐานะจ.เชียงรายเป็นประตูการค้าเชื่อมกับหลายประเทศในภูมิภาคทั้งทางบกและทางน้ำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบสาธารณูปโภค ถนน กฎระเบียบ ฯลฯ หรือโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ต้องไม่เน้นเฉพาะการจ้างงานในพื้นที่เท่านั้น แต่ควรเป็นอุตสาหกรรมที่รองรับภาคเกษตรของคนในพื้นที่ด้วย

นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้าจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า หอการค้าจ.เชียงใหม่ เตรียมนำเสนอประเด็นเรื่องความผันผวนของค่าเงินบาทที่ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกในปัจจุบัน การเร่งรัดให้ก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง เชียงใหม่ - กรุงเทพฯ ซึ่งระบบรางถือว่ามีความสำคัญอย่างมากเพราะช่วยลดเวลาในการเดินทางเหลือเพียง 5 - 6 ชั่วโมง แนวทางการทำตลาดท่องเที่ยวกลุ่มลองสเตย์ที่จ.เชียงใหม่มีศักยภาพค่อนข้างสูง แต่ติดขัดปัญหากฎระเบียบที่เข้มงวด จึงไม่สอดคล้องและเอื้ออำนวยให้นักท่องเที่ยวกลุ่มลองสเตย์ที่เข้ามาพำนักในพื้นที่

"หอการค้าฯจะขอให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไขกฎระเบียบสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มลองสเตย์ใหม่ โดยให้ขยายระยะเวลาการอนุญาตให้พำนักออกไปเป็น 10 ปี จากเดิมให้เพียง 1 ปี เพื่อให้ใกล้เคียงกับมาเลเซีย"นายณรงค์กล่าว

ส่วนการพัฒนาการค้าชายแดน จะเสนอให้มีการยกระดับจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอก บ้านอรุโณทัย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นด่านชายแดนถาวร เพื่อสนับสนุนการค้าชายแดนกับพม่าที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ โดยคาดว่าหลังเลือกตั้งนี้การเมืองในพม่าจะคลี่คลายและมีแนวโน้มที่ไทย-พม่าจะเป็นคู่ค้าที่ดีต่อกันในอนาคต 
 
 
 
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=478029
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
Maekok
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,382


ตาดูดาว เท้าติดดิน ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป.


« ตอบ #139 เมื่อ: วันที่ 07 พฤศจิกายน 2010, 04:38:40 »

อยากให้ พ่อเมืองเราชวนจีนมาลงทุนครับ เอาแค่ จีน ลาว เชียงราย เชียงใหม่ พอครับ ไม่ต้องไปเชื่อมกะใครเลย อย่างไปเชียงใหม่ 30 นาที แบบนี้ ไปคุนหมิง 2 ชั่วโมง งี้
เท่ดีออก
ไม่ต้องไปหวังกะรัฐบาลครับ .... วันนี้ยังไม่มีสิทธิ์เลือกหัวหน้าตำรวจเลย อนาถกะมันจริงๆ

มีครับ เพื่อนผมเป็นคนจีนบอกมาแล้วครับ เอาแค่นี้พอก่อน  (เชียงใหม่ - เชียงราย - จีน)  แต่รัฐบาลชุดนี้ยังไม่เอานะครับ (ไม่ร่วมมือด้วย)  รอเอาพ่อค้ามาเป็นรัฐบาล เราถึงจะทำครับ คุยกันแล้ว  งบประมาณ จีนจะลงทุนเอง ไม่ต้องกู้เงินจากต่างประเทศครับ นี่แหละวิธีการลงทุนครับ ประเทศจะได้เจริญสักที  (ไม่ใช่ไปกู้มาลงทุนครับ โกงกินกันมโหฬาร)
IP : บันทึกการเข้า

1. จองสินค้าด้วยเงินสดเท่านั้น ไม่รับจองปากเปล่า กรุณาต่อรองทางโทรศัพท์และกล่องข้อความ
2. เวลาติดต่อ 10.00 - 23.00 น. โทรติดแล้วไม่รับจะโทรกลับ.
หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 ... 23 พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
เรื่องที่น่าสนใจ
 

ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!