เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 23 มกราคม 2022, 10:00:47
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ธุรกิจบริการ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : https://forums.chiangraifocus.com/index.php?topic=1025412.0

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  ศาสนา กิจกรรมทางวัด (ผู้ดูแล: ap.41, ลุงหนาน)
| | |-+  ทำสมาธิไม่สำเร็จ ทำใจให้นิ่งไม่ได้ ใครแนะนำได้ ช่วยด้วยค่ะ
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 [2] 3 พิมพ์
ผู้เขียน ทำสมาธิไม่สำเร็จ ทำใจให้นิ่งไม่ได้ ใครแนะนำได้ ช่วยด้วยค่ะ  (อ่าน 11811 ครั้ง)
tanthai60
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 134


« ตอบ #20 เมื่อ: วันที่ 03 มิถุนายน 2012, 01:12:41 »

หาที่สงบๆ  เพื่อปล่อยวางจิตให้ว่าง ครับ  เดี๋ยวนี้หาที่เงียบๆทำสมาธิยามาก มีแต่เสียงรบกวนน่ะครับ  ลองไปวัดป่าที่ อยู่ห่างๆ รึไม่ก็นอกเมืองอ่ะครับ
IP : บันทึกการเข้า
^<หมูช:มวง>^
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 620


~MSๅด~>~เชีeJSๅe<~


« ตอบ #21 เมื่อ: วันที่ 05 มิถุนายน 2012, 13:18:48 »

ความทุกข์ ... มีไว้ให้เห็น .... ไม่ใช่ .... มีไว้ให้เป็น ค่ะ ^__^""
...............................................................................
ทุกข์เกิดขึ้นจากจิตของเรา ฤ ป่าว ถ้าเกิดจากจิตของเรา เราก็ควรที่จะดับด้วยจิต ด้วยตัวของเรา
...ปล่อยวาง...ลงจะช่วยให้เราดีขึ้นนะคะ.....(ให้กำลังใจกับเจ้าของกระทู้ค่ะ) ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
IP : บันทึกการเข้า

>>>"" ค ว า ม ทุ ก ข์ ... มี ไ ว้ ใ ห้ เ ห็ น .... ไ ม่ ใ ช่ .... มี ไ ว้ ใ ห้ เ ป็ น ......" ""<<<

          >>>"" มองเห็นตัวตน เท่ากับ มองเห็นธรรมะ ""<<<
james_cr2001
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 257


« ตอบ #22 เมื่อ: วันที่ 05 มิถุนายน 2012, 16:27:00 »

ทำสมาธิไม่สำเร็จ ทำใจให้นิ่งไม่ได้ ใครแนะนำได้ ช่วยด้วยค่ะ <------------ ขออนุญาตตอบตรงนี้น๊ะครับ ไม่ทราบว่าเจ้าของกระทู้ยังอ่านอยู่หรือป่าว

จิตเป็นอนัตตาครับ  ไม่มีใครบังคับจิตให้นิ่งได้ครับ อีกอย่างเท่าที่อ่านข้อความของเจ้าของกระทู้ที่เล่า แสดงว่าจริตนิสัยไม่เหมาะกับการทำสมาธิครับ เป็นคนที่คิดมาก ฟุ้งซ่าน ทำสมาธิยังไงก็เอาไม่ลงหรอกครับ เจ้าของกระทู้ต้องทำความเข้าใจเรื่องสมาธิก่อนน๊ะครับ

สมาธิทำไปเพื่อให้จิตใจสงบ เป็นที่พักผ่อนของจิต มันเป็นแค่ สมถกรรมฐาน แต่ก็มีความสำคัญที่สุดสมาธิจะขาดไม่ได้เลย เพราะสมาธิมันสำคัญมากในการปฏิบัติภาวนา แต่เจ้าของกระทู้ คงไม่ใช่นักบวช หรือ แม่ชีอะไร ซึ่งเวลาส่วนมากก็คงต้องทำงาน หรือมีเรื่องงานที่ต้องคิด ต้องทำ ลองปรับมุมมองหรือวิธีในการปฏิบัติ เป็นอีกแบบนึง ตามวิธีการแนวทางที่เรียกว่า "ดูจิต" จะดีกว่าครับ

เจ้าของกระทู้จะต้องหัดสังเกตุ ดูอาการที่สร้างความไม่สบายใจ หรือความเสียดแทงที่เกิดขึ้นกับตัวเองดูครับอาการทั้งหลายทั้งปวงที่เจ้าของกระทู้เล่ามา มันคืออาการปรากฏของความทุกข์ ที่มันบีบคั้น จิตใจของเจ้าของกระทู้  ตราบใดที่จิตของเจ้าของกระทู้ ไม่ถอดถอนออกมาเป็นผู้รู้ ผู้ดู จริง ๆ อาการแบบนี้ก็ จะปรากฏขึ้นเมื่อรู้ไม่ทันมันก็จะสร้างความเสียดแทง หรือไม่สบายใจให้ ตรงนี้เรียกว่า วิบาก คือผลที่กระทำกรรมมานั่นเองยังไงก็ต้องรับวิบากตัวนี้ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เจ้าของกระทู้ลองเฝ้่าดูอาการเหล่านี้ที่ปรากฎ สังเกตุดูว่า มันหนักเบาไม่เท่ากัน บางครั้งมันก็หายไป บางครั้งมันก็เกิดขึ้นมาอีก อาการเหล่านี้มันมีเหตุมันก็เกิด พอหมดเหตุมันก็หายไป คือมาแล้วก็ไป ให้เฝ้ารู้เฝ้าดูมันลงไป วิธีการแบบนี้คือ การมีความรู้สึกตัวอยู่เรื่อย ๆ ให้จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ต้องไปสงสัยอะไรกับอาการเหล่านี้ เพราะ มันมีเหตุมันก็เกิด มันหมดเหตุมันก็หายไป บังคับมันไม่ได้ เวลามันเกิดไล่มันก็ไม่ไป บังคับให้มันหยุดอาการก็ไม่ได้ เจ้าของกระทู้ต้องทำความรู้สึกตัวให้เป็นก่อน คือ ดึงตัวเองให้อยู่ในปัจจุบันมากที่สุด แล้วเจ้าของกระทู้ จะพบเส้นทางที่เริ่มต้นสู่ วิปัสนา ความรู้สึกตัว เป็นก้าวแรกของวิปัสนาครับ
พยายามทำความรู้สึกตัว ให้จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัวบ่อย ๆ อย่าหลงไปในโลกของความคิด
คงไม่ยากเกินสำหรับเจ้าของกระทู้ ตรงนี้คือเส้นทางเบื้องต้นครับ แล้วจะพบกับความเปลี่ยน
แปลงของชีวิตต่อๆ ไป มันแปลกตรงที่ พอเรารู้สึกตัวแล้ว ความทุกข์ต่าง ๆ ก็จะค่อยๆเบาบางลง ไอของความสุขจะเพิ่มมากขึ้นครับ ตรงนี้รับรู้ด้วยใจครับ วิธีการปฏิบัติมันทางใครทางมันครับ ไม่มีเหมือนกันครับ ขอให้จับหลักให้แม่นๆ ก็ใช้ได้ครับ ก้าวแรกก็คือรู้สึกตัวให้เป็นครับ อย่าหลงไปในโลกของความคิด

ผิดถูกอย่างไรก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
IP : บันทึกการเข้า
kai015
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 199


« ตอบ #23 เมื่อ: วันที่ 05 มิถุนายน 2012, 18:02:56 »

ทำสมาธิไม่สำเร็จ ทำใจให้นิ่งไม่ได้ ใครแนะนำได้ ช่วยด้วยค่ะ <------------ ขออนุญาตตอบตรงนี้น๊ะครับ ไม่ทราบว่าเจ้าของกระทู้ยังอ่านอยู่หรือป่าว

จิตเป็นอนัตตาครับ  ไม่มีใครบังคับจิตให้นิ่งได้ครับ อีกอย่างเท่าที่อ่านข้อความของเจ้าของกระทู้ที่เล่า แสดงว่าจริตนิสัยไม่เหมาะกับการทำสมาธิครับ เป็นคนที่คิดมาก ฟุ้งซ่าน ทำสมาธิยังไงก็เอาไม่ลงหรอกครับ เจ้าของกระทู้ต้องทำความเข้าใจเรื่องสมาธิก่อนน๊ะครับ

สมาธิทำไปเพื่อให้จิตใจสงบ เป็นที่พักผ่อนของจิต มันเป็นแค่ สมถกรรมฐาน แต่ก็มีความสำคัญที่สุดสมาธิจะขาดไม่ได้เลย เพราะสมาธิมันสำคัญมากในการปฏิบัติภาวนา แต่เจ้าของกระทู้ คงไม่ใช่นักบวช หรือ แม่ชีอะไร ซึ่งเวลาส่วนมากก็คงต้องทำงาน หรือมีเรื่องงานที่ต้องคิด ต้องทำ ลองปรับมุมมองหรือวิธีในการปฏิบัติ เป็นอีกแบบนึง ตามวิธีการแนวทางที่เรียกว่า "ดูจิต" จะดีกว่าครับ

เจ้าของกระทู้จะต้องหัดสังเกตุ ดูอาการที่สร้างความไม่สบายใจ หรือความเสียดแทงที่เกิดขึ้นกับตัวเองดูครับอาการทั้งหลายทั้งปวงที่เจ้าของกระทู้เล่ามา มันคืออาการปรากฏของความทุกข์ ที่มันบีบคั้น จิตใจของเจ้าของกระทู้  ตราบใดที่จิตของเจ้าของกระทู้ ไม่ถอดถอนออกมาเป็นผู้รู้ ผู้ดู จริง ๆ อาการแบบนี้ก็ จะปรากฏขึ้นเมื่อรู้ไม่ทันมันก็จะสร้างความเสียดแทง หรือไม่สบายใจให้ ตรงนี้เรียกว่า วิบาก คือผลที่กระทำกรรมมานั่นเองยังไงก็ต้องรับวิบากตัวนี้ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เจ้าของกระทู้ลองเฝ้่าดูอาการเหล่านี้ที่ปรากฎ สังเกตุดูว่า มันหนักเบาไม่เท่ากัน บางครั้งมันก็หายไป บางครั้งมันก็เกิดขึ้นมาอีก อาการเหล่านี้มันมีเหตุมันก็เกิด พอหมดเหตุมันก็หายไป คือมาแล้วก็ไป ให้เฝ้ารู้เฝ้าดูมันลงไป วิธีการแบบนี้คือ การมีความรู้สึกตัวอยู่เรื่อย ๆ ให้จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ต้องไปสงสัยอะไรกับอาการเหล่านี้ เพราะ มันมีเหตุมันก็เกิด มันหมดเหตุมันก็หายไป บังคับมันไม่ได้ เวลามันเกิดไล่มันก็ไม่ไป บังคับให้มันหยุดอาการก็ไม่ได้ เจ้าของกระทู้ต้องทำความรู้สึกตัวให้เป็นก่อน คือ ดึงตัวเองให้อยู่ในปัจจุบันมากที่สุด แล้วเจ้าของกระทู้ จะพบเส้นทางที่เริ่มต้นสู่ วิปัสนา ความรู้สึกตัว เป็นก้าวแรกของวิปัสนาครับ
พยายามทำความรู้สึกตัว ให้จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัวบ่อย ๆ อย่าหลงไปในโลกของความคิด
คงไม่ยากเกินสำหรับเจ้าของกระทู้ ตรงนี้คือเส้นทางเบื้องต้นครับ แล้วจะพบกับความเปลี่ยน
แปลงของชีวิตต่อๆ ไป มันแปลกตรงที่ พอเรารู้สึกตัวแล้ว ความทุกข์ต่าง ๆ ก็จะค่อยๆเบาบางลง ไอของความสุขจะเพิ่มมากขึ้นครับ ตรงนี้รับรู้ด้วยใจครับ วิธีการปฏิบัติมันทางใครทางมันครับ ไม่มีเหมือนกันครับ ขอให้จับหลักให้แม่นๆ ก็ใช้ได้ครับ ก้าวแรกก็คือรู้สึกตัวให้เป็นครับ อย่าหลงไปในโลกของความคิด

ผิดถูกอย่างไรก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ผมเห็นด้วยครับ ของมันไม่นิ่งครับทำให้มันนิ่งยิ่งลำบากยิ่งเพิ่มครับ ที่ดีคือเราต้องรู้เท่าทันมันมันครับอันนี้ก็ดังว่าครับแล้วแต่จริตเพราะพระท่านสอนไว้มีหลายวิธีครับเพื่อให้ตรงกับแต่ละจริตบุคคลครับ
IP : บันทึกการเข้า
Mickky (รักในหลวง)
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 930


« ตอบ #24 เมื่อ: วันที่ 10 มิถุนายน 2012, 18:58:27 »

ลองนั่งสมาธิที่บ้านนั่งไปพอจิตเริ่มสงบรู้สึกว่า เหมือนจิตมันหลุดน่ะค่ะ เลยเกิดความกลัว หยุดการนั่งสมาธิก่อน สภาวะแบบนี้เป็นเพราะอะไรคะ
IP : บันทึกการเข้า
james_cr2001
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 257


« ตอบ #25 เมื่อ: วันที่ 10 มิถุนายน 2012, 23:30:54 »

ลองนั่งสมาธิที่บ้านนั่งไปพอจิตเริ่มสงบรู้สึกว่า เหมือนจิตมันหลุดน่ะค่ะ เลยเกิดความกลัว หยุดการนั่งสมาธิก่อน สภาวะแบบนี้เป็นเพราะอะไรคะ
=============================================
คำตอบที่ 1.
มันเป็นอาการปกติของสมาธิ ที่เอาจิตไปเพ่งไปแนบกับอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่นลมหายใจ
เข้าออก หรือคำบริกรรมต่าง ๆ พอเพ่งเข้า จดจ่อเข้า จิตมันจะไปแนบกับสิ่งนั้น จนลืมสนใจ
ตัวเองไป พอมันหลุดจากการเพ่ง จิตมันก็ควานหาร่างกาย หรือตัว คือรูป ของเรา
พอมันไม่เจอตัว ร่างกาย หรือรูป มันก็ตกใจ เกิดความกลัว ว่าตัวเราหายไป มันเป็นอาการ
ของสมาธิในแบบ สมถกรรมฐาน

คำตอบที่ 2
เป็นสมาธิแบบเคลิบเคลิ้มครับ เหมือนจะหลับมิหลับแหล่ พอจิตมันตกภวังค์ วูบ ลงไป
สติมันจับไม่ทัน มันเหมือนกับ หล่นลงไปในเหว ก็สะดุ้งกลัวขึ้นมา  เหมือนกับเราเวลา
ใกล้จะหลับแล้วมีคนมาปลุกเขย่าทำให้เราสะดุ้ง สมาธิแบบนี้ไม่ค่อยดีครับ
แต่ถ้ามันตกภวังค์ วูบลงไป แล้วเด้งกลับขึ้นมา มีสติสว่างวูบ อันนั้นดีครับ
มันเป็นรอยต่อของจิตดวงถัดไปครับ คือจิตมันเกิดดับสืบเนื่องกันไป แบบนี้ดีครับ


มันแสดงตัวอย่างให้ดูว่า กายกับจิตมันแยกกันอยู่คนละส่วนครับ  ถ้ามีโอกาสทำอีกก็ไม่ต้องกลัวนั่งไปเรื่อย ๆ และปรับจากสมถะ ให้เป็นวิปสนาได้เลยครับ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ให้สังเกตุดูที่ใจครับ เวลาเกิดความกลัวขึ้นมาสังเกตุดูความกลัวที่เกิดขึ้นครับ มันจะหนักเบาไม่เท่ากัน  ดูอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องไปทำอะไร ดูความกลัวมันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป นั่งสมาธิไม่ทำให้เป็นบ้า หรือตายหรอกครับ มันเป็นอาการที่จิตมันปรุงแต่งขึ้นมา มันจะละเอียดไปเรื่อย ๆ เด๋วก็จะไปเจออาการใหม่อีกครับ มันเหมือนกับเล่นเกมส์ พอผ่านด่านนี้ไปได้ ก็ไปเจออีกด่านหนึ่ง

ต้องปรับให้เป็นวิปัสนาให้ได้ครับ สังเกตุดูอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตอนทำสมาธิครับ ดูอยู่ห่าง ๆ เหมือนเรานั่งดูทีวีครับ ดูอยู่เฉย ๆ ไม่วิ่งตามตัวละครเข้าไป ดูอยู่ห่าง ๆ ลองทำดูใหม่ครับ พอออกจากสมาธิแล้วสมาธิมันจะทรงตัวอยู่อีกซักชั่วครู่ ให้ตามรู้ตามดูร่างกายที่มันเคลื่อนไว ยืน เดิน นั่ง นอน ไปครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 11 มิถุนายน 2012, 22:21:11 โดย james_cr2001 » IP : บันทึกการเข้า
Mickky (รักในหลวง)
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 930


« ตอบ #26 เมื่อ: วันที่ 11 มิถุนายน 2012, 06:55:35 »

ลองนั่งสมาธิที่บ้านนั่งไปพอจิตเริ่มสงบรู้สึกว่า เหมือนจิตมันหลุดน่ะค่ะ เลยเกิดความกลัว หยุดการนั่งสมาธิก่อน สภาวะแบบนี้เป็นเพราะอะไรคะ
=============================================
คำตอบที่ 1.
มันเป็นอาการปกติของสมาธิ ที่เอาจิตไปเพ่งไปแนบกับอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่นลมหายใจ
เข้าออก หรือคำบริกรรมต่าง ๆ พอเพ่งเข้า จดจ่อเข้า จิตมันจะไปแนบกับสิ่งนั้น จนลืมสนใจ
ตัวเองไป พอมันหลุดจากการเพ่ง จิตมันก็ควานหาร่างกาย หรือตัว คือรูป ของเรา
พอมันไม่เจอตัว ร่างกาย หรือรูป มันก็ตกใจ เกิดความกลัว ว่าตัวเราหายไป มันเป็นอาการ
ของสมาธิในแบบ สมถกรรมฐาน

คำตอบที่ 2
เป็นสมาธิแบบเคลิบเคลิ้มครับ เหมือนจะหลับมิหลับแหล่ พอจิตมันตกภวังค์ วูบ ลงไป
สติมันจับไม่ทัน มันเหมือนกับ หล่นลงไปในเหว ก็สะดุ้งกลัวขึ้นมา  เหมือนกับเราเวลา
ใกล้จะหลับแล้วมีคนมาปลุกเขย่าทำให้เราสะดุ้ง สมาธิแบบนี้ไม่ค่อยดีครับ
แต่ถ้ามันตกภวังค์ วูบลงไป แล้วเด้งกลับขึ้นมา มีสติสว่างวูบ อันนั้นดีครับ
มันเป็นรอยต่อของจิตดวงถัดไปครับ คือจิตมันเกิดดับสืบเนื่องกันไป แบบนี้ดีครับ


มันแสดงตัวอย่างให้ดูว่า กายกับจิตมันแยกกันอยู่คนละส่วนครับ  ถ้ามีโอกาสทำอีกก็ไม่ต้องกลัวนั่งไปเรื่อย ๆ และปรับจากสมถะ ให้เป็นวิปสนาได้เลยครับ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ให้สังเกตุดูที่ใจครับ เวลาเกิดความกลัวขึ้นมาสังเกตุดูความกลัวที่เกิดขึ้นครับ มันจะหนักเบาไม่เท่ากัน  ดูอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องไปทำอะไร ดูความกลัวมันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป นั่งสมาธิไม่ทำให้เป็นบ้า หรือตายหรอกครับ มันเป็นอาการที่จิตมันปรุงแต่งขึ้นมา มันจะละเอียดไปเรื่อย ๆ เด๋วก็จะไปเจออาการใหม่อีกครับ มันเหมือนกับเล่นเกมส์ พอผ่านนี้ไปได้ ก็ไปเจออีกด่านหนึ่ง

ต้องปรับให้เป็นวิปัสนาให้ได้ครับ สังเกตุดูอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตอนทำสมาธิครับ ดูอยู่ห่าง ๆ เหมือนเรานั่งดูทีวีครับ ดูอยู่เฉย ๆ ไม่วิ่งตามตัวละครเข้าไป ดูอยู่ห่าง ๆ ลองทำดูใหม่ครับ



จะพยายามต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะค่ะ
IP : บันทึกการเข้า
Bhon
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 484


« ตอบ #27 เมื่อ: วันที่ 14 มิถุนายน 2012, 17:56:52 »


นั่งสมาธินานไม่ได้เหมือนกันเลยค่ะ เพราะตัวเองเป็นคนสมาธิสั้น คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา ^^

นั่นแหละครับใกล้เข้าสมาธิแล้วเพียงแต่จิตไม่ได้จับที่สิ่งใดสิ่งนึงเท่านั้นเองครับ ลองทำบ่อยๆสิครับเดี๋ยวก้ทำได้เอง ความพยายามเป็นที่ตั้งครับ
IP : บันทึกการเข้า
krujorn
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 117


« ตอบ #28 เมื่อ: วันที่ 16 มิถุนายน 2012, 20:22:28 »

สั้นๆ รวบรัด ง่ายๆ
-เลิกคิดทำสมาธิ เพราะสมาธิเป็นผลไม่สามารถทำได้
-ปล่อยวาง ความคิด วิธีคือ คิดอะไรขึ้นมาก็ปล่อยมันไป อย่าใส่ใจ
-อย่าพยายามคิด หรือห้ามความคิด
-อย่าวิพากษ์วิจารณ์ กับสิ่งใดๆ ที่มากระทบ (เมื่อเกิดผัสสะ)
-กระทบรู้แล้วทิ้ง รู้ทิ้งๆ
-เลิกอยากให้จิตสงบ อยากให้จิตว่าง ยิ่งอยากยิ่งไม่ว่าง ปล่อยมันไป ว่างไม่ว่างก็ช่างหัวมัน
-ต้องไม่อะไรกับอะไร
-แล้วสมาธิจะเกิดเอง
IP : บันทึกการเข้า
teetee2011
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #29 เมื่อ: วันที่ 28 กรกฎาคม 2012, 16:22:25 »

สั้นๆ รวบรัด ง่ายๆ
-เลิกคิดทำสมาธิ เพราะสมาธิเป็นผลไม่สามารถทำได้
-ปล่อยวาง ความคิด วิธีคือ คิดอะไรขึ้นมาก็ปล่อยมันไป อย่าใส่ใจ
-อย่าพยายามคิด หรือห้ามความคิด
-อย่าวิพากษ์วิจารณ์ กับสิ่งใดๆ ที่มากระทบ (เมื่อเกิดผัสสะ)
-กระทบรู้แล้วทิ้ง รู้ทิ้งๆ
-เลิกอยากให้จิตสงบ อยากให้จิตว่าง ยิ่งอยากยิ่งไม่ว่าง ปล่อยมันไป ว่างไม่ว่างก็ช่างหัวมัน
-ต้องไม่อะไรกับอะไร
-แล้วสมาธิจะเกิดเอง
  ครับนี่ทั้งมวลนี่ของจริง ไม่มีฉันไม่มีเธอ ไม่อดีต ไม่มีอนาคต ไม่มีคำว่าทำไม่ได้ ไม่มีคำว่าฉันทำได้  ไม่มีคำว่าฉันได้สมาธิแล้วนะ  ทำได้แต่รู้ปัจจุบันเท่านั้น  หากอยากเมื่อไหร่ตายเมื่อนั้นต่อให้นั่งนาน 10 ชั่วโมง  อย่าไปหวังคำว่าสมาธิ (ทุกคอมเมนต์ทั้งมวลรวมอยู่ในคอมเมนต์ของ krujorn  )
IP : บันทึกการเข้า
chitipong
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #30 เมื่อ: วันที่ 24 ตุลาคม 2012, 15:06:35 »

ความวุ่นวายอยู่ที่ไหน...ความสงบก็อยู่ที่นั่นครับ... ยิ้มกว้างๆ
IP : บันทึกการเข้า
fulltime
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


« ตอบ #31 เมื่อ: วันที่ 27 ตุลาคม 2012, 04:52:47 »

อยากดับทุกข์ที่อัดแน่นอยู่ตอนนี้ แต่นั่งสมาธิ ทำใจให้ว่างไม่ได้เลย แค่ใช้ชีวิตให้เป็นปกติยังไม่ได้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ทำอะไร มันเหมือนทุกอย่างรอบตัวเป็นเข็ม ทิ่มแทงเราอยู่ตลอดเวลา เคยปฏิบัติธรรมมาบ้างก่อนหน้า ศึกษาเรื่องนี้มาพอสมควร แต่พอมาเจอทุกข์ครั้งนี้กลับตั้งรับไม่ได้เลย ความทุกข์มันบังตา พยายามจะใช้เหตุผล ใช้ธรรมมะ แต่ไม่สำเร็จ เหมือนคนหลงทางเลย ทั้งที่รู้ว่าทำยังไงถึงจะดับทุกข์ได้ แต่กลับทำไม่ได้ ฉันสับสน ไม่รู้จะหาทางออกยังไง รอให้เวลาช่วยรักษา ก็คงยาก ฉันพยายามทำสมาธิ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกข์ใจมันวนเวียนรบกวนใจตลอด ฉันจะทำยังไงดี

คุณ Alias ครับ  คุณทุกข์กับเรื่องราวในโลก โดยเฉพาะเรื่องราวในชีวิตของคุณใช่หรือเปล่าครับ ? 
คุณคิดว่าการนั่งสมาธิจะทำให้จิตสงบ  แล้วจะไม่ทุกข์ใช่ไหม ?
ไม่ทราบคุณ ศึกษาธรรมมานานเท่าไหร่แล้ว ? ผมฝึกมานานกว่า ยี่สิบปีแล้ว  ยังนั่งสงบบ้างไม่สงบบ้างเลย  ส่วนมากไม่สงบหรอกครับ  เอาแน่เอานอนไม่ได้ครับ  ยิ่งตอนมีปัญหาแล้วไปนั่ง  ส่วนมากฟุ้งร้อยทั้งร้อยครับ

คุณ Alisa ครับ  คุณรู้หรือเปล่าว่าโลกคือะไร ?  แล้วเรื่องราวในชีวิตคืออะใร ?
ถ้ายังไม่รู้  มันก็จะหลงโลก หลงเรื่องราวต่าง ๆในชีวิตไปเรื่อย   แล้วก็จะทุกข์กับมันไปเรื่อย ครับ 
ธรรมมะมันเรื่องลึกซึ้ง  ต้องใช้เวลา  ไม่อาจจะพูดให้เข้าใจได้ง่าย  ๆ ในเลาส้ั้น ๆได้ ครับ 



IP : บันทึกการเข้า
เฮียพง
แฟนพันธุ์แท้เชียงรายโฟกัส
สมาชิกลงทะเบียน
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 264



« ตอบ #32 เมื่อ: วันที่ 29 ตุลาคม 2012, 09:41:25 »

ลองทำในสิ่งที่คุณชอบสิ
IP : บันทึกการเข้า

Tel.086-7320469
twiwit
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 45



« ตอบ #33 เมื่อ: วันที่ 31 ตุลาคม 2012, 22:31:05 »

 ขอให้พิจรณา คำพระศาสดาเท่าันั้นครับ คำสอนนี้ถูกต้องที่สุดครับ

ภิกษุทั้งหลาย ! อานาปานสติสมาธินี้แล เป็น
ธรรมอันเอก ซึ่งเมื่อบุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว
ย่อมทำสติปัฏฐานทั้ง ๔ ให้บริบูรณ์; สติปัฏฐานทั้ง ๔
อันบุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมทำโพชฌงค์ทั้ง ๗
ให้บริบูรณ์; โพชฌงค์ทั้ง ๗ อันบุคคลเจริญแล้ว ทำให้
มากแล้ว ย่อมทำวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์ได้.
IP : บันทึกการเข้า
Tonwai
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,763


FatBee ScooterClub ChaingRai Since 1999


« ตอบ #34 เมื่อ: วันที่ 01 พฤศจิกายน 2012, 18:45:07 »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะครับผม  ยิงฟันยิ้ม
IP : บันทึกการเข้า
ลุงหนาน
ผู้ดูแลบอร์ด
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 249



« ตอบ #35 เมื่อ: วันที่ 01 พฤศจิกายน 2012, 19:55:41 »

การทำสมาธิ เราอยากให้สงบ มันก็ไม่สงบหรอก ถ้าจิตใจฟุ้งซ่านมีปัญหา ให้ฝึกวิปัสสนา อย่าไปอยากให้สงบ ถ้ามีความว่าอยาก จะไม่มีคำว่าสงบ แต่หากนั่งเพื่อมีสติกับตัวเองกำหนดตรงไหน ให้รู้ตรงนั้น อารมณ์ไหนเกิดขึ้น ให้กำหนดอารมณ์นั้นๆ เกิดขึ้น ตั้งอยู ดับไป. ให้พิจารณาอยู่อย่างนี้ เช่นนั่งสมาธิ ความคิดเกิดขึ้น ให้กำหนดว่า ความคิดเกิดขึ้นแล้ว . เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แล้วก็อยู่ในคำบริกรรมต่อไป อะไรเกิดขึ้นให้กำหนดเป็นปัจจุบันอารมณ์  เดวความสงบก็เกิดขึ้น เพียงแต่ก่อนนั่งให้บอกกับตัวเองว่า นั่งเพราะมันเป็นกิจวัตร ไม่ใช่นั่งให้ดับทุกข์ หรืออยากให้สงบ.. ความสงบเป็นเรื่องของจิต เราอย่าไปคาดหวัง..
IP : บันทึกการเข้า

อย่ายึดมั่นกับสิ่งใดๆ เพราะอะไรๆ ก็ไม่แน่นอน
JAMESCOM1
ทักทายผมได้นะครับ Line: JAMESCOM007
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,166

สอนคอม & ซ่อม เชียงราย


« ตอบ #36 เมื่อ: วันที่ 08 พฤศจิกายน 2012, 05:16:51 »

ยังมีอีกวิธีครับ ซึ่งตรงกว่า แต่ไม่ใช่เพื่อดับทุกนะครับ
คือการนั่งเพื่อพิจารณไปเลยครับ ใหนๆก็คิดมาก หรือไม่สงบแล้ว ก็ใช้โอกาศนี้ นั่งสมาธิเพื่อเป็นกำลังก่อปัญญาได้ครับ เพื่อหาต้นสายปลายเหต จนถึงวิธีของการแก้ปัญหาอย่างชาณฉลาดได้เป็นต้น ซึ่งถ้าใครไม่ค่อยได้ฝึก หรือเคยเป็นนักปฎิบัติมาก่อนอาจต้องใช้เวลา หรือเข้าสมาธิบ่อยๆหน่อย ถ้าเข้าใจคำเดียวที่ผมพูดสั่นๆคำนี้ จะอ่อครับ ถ้าก็นั่นแหละ get เลย "อิกคิวซัง" ไงครับ (พอดีเวลาน้อยไม่ขอพูดยาว แค่คำว่า อิกคิวซัก คงเกิดปัญญาขึ้นแยะ และขอส่วนบุญนี้จงช่วยให้ข้าเจ้ามีปัญญาเพิ่มด้วยเถิด Aเมน)
ทั้งหมดคือ อริยะสัต4 นั่นเอง แค่ใช้ตัวช่วยคือสมาธิเป็นพละกำลัง เท่านั้น อะไรๆจะได้ง่ายขึ้น ส่วนถ้าหากให้ง่ายขึ้นกว่านี้อีก ก็ได้อีก อันนี้ก็ไม่ยาก อย่างน้อยผมก็เป็น กัลยา_ให้ได้กับใครๆเสมอ โทรมาละกัน เพื่อปึกษาหรือระบายก็ได้ ถ้าคิดว่าเพื่อนมีเพื่อน(ร่วมโลก) อันนี้จิตจะครายตัวง่ายกว่า ยินดีครับ โทรมาเมื่อผมสะดวกได้เสมอ คงช่วยได้แค่นี้ และสามารถแนะนำการทำสมาธิ ได้ด้วยครับ ไม่เก่งแต่ก็ ok

สุดท้าย สาธุกับทุกข้อแนะนำและจิตที่ดีงามของทุกท่านด้วย รวมทั้งคุณพระคุณเจ้าด้วย สาธุ
IP : บันทึกการเข้า


มาทาง Big-C ถ.ศรีทรายมูล สันสลีซอย1
unleashed
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 73


~_~


« ตอบ #37 เมื่อ: วันที่ 13 พฤศจิกายน 2012, 17:09:59 »

การนั่งสมาธิได้นั้น ถ้าจิตยังไม่นิ่ง จะเป็นสมาธิไม่ได้ ต่อให้นั่งยังไงก็ไม่ได้

การปฏิบัติ ผมลองแนะนำดูก่อนนครับ ลองฝึก อิริยาบถย่อยให้มากๆ คือ เดิน ยืน นั่ง นอน หรือกำหนดการเดินจงกลม ก็ได้ครับ (เพราะการเคลื่อนไหวของร่างกาย จิตเราจะไม่ส่งออกนอก ไม่คิดเรื่องโน้น นี่ นั้น)

หัวใจสำคัญของการฝึกสมาธิไม่ใช่ นั่งเพื่ออยากให้นิ่ง ให้สงบ น่ะครับ

อายะตนะทั้ง 6 คือ หู ตา ลิ้น จมูก กาย(ร่างกาย) ใจ(จิต) >> เมื่อจิตเราตามรู้ทันว่า สิ่งไหนมากระทบ ให้กำหนดให้แค่รู้ เท่านั้น เช่น เดินจงกลมอยู่ ได้ยินเสียงหมาเห่า ให้กำหนดให้รู้แค่ว่าได้ยินหนอ (แล้วกลับมาดูในใจว่า เรามีอาการยังไง ตกใจ หรือ รำคาญ) ฝึกบ่อยๆครับ ได้แค่ไหนแค่นั้น (สำคัญอย่า อยากให้สงบนะ เพราะความอยากคือตัวโลภะ)

วิชาของพระพุทธเจ้าหรือเรียกว่า วิปัสนากรรมฐาน เพียรฝึกบ่อยๆ นะครับ

ลอง swot ตัวเองดูก่อนนะครับ ว่า เป็นคน จริต ยังไง ก่อนปฏิบัติ เพราะเหล่านี้จะทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น ปฏิบัติมกๆครับ หนทางแห่งการพ้นทุกข์
IP : บันทึกการเข้า
aook
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18



« ตอบ #38 เมื่อ: วันที่ 13 ธันวาคม 2012, 14:26:21 »

ทำง่ายๆคับ ทำใจ หาต้นเหตุจากทุกข์ และหาหนทางดับทุกข์ ทุกข์ไม่ได้มาจากที่ไหนมันเกิดมาจากจิตของเราไม่ยอมรับ พยามยามยอมรับและแก้ไข้ให้ดีขึ้นต่อไปนะคับเป็นกำลังใจให้คับ
IP : บันทึกการเข้า
teetee2011
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #39 เมื่อ: วันที่ 13 ธันวาคม 2012, 23:51:10 »

การทำสมาธิ เราอยากให้สงบ มันก็ไม่สงบหรอก ถ้าจิตใจฟุ้งซ่านมีปัญหา ให้ฝึกวิปัสสนา อย่าไปอยากให้สงบ ถ้ามีความว่าอยาก จะไม่มีคำว่าสงบ แต่หากนั่งเพื่อมีสติกับตัวเองกำหนดตรงไหน ให้รู้ตรงนั้น อารมณ์ไหนเกิดขึ้น ให้กำหนดอารมณ์นั้นๆ เกิดขึ้น ตั้งอยู ดับไป. ให้พิจารณาอยู่อย่างนี้ เช่นนั่งสมาธิ ความคิดเกิดขึ้น ให้กำหนดว่า ความคิดเกิดขึ้นแล้ว . เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แล้วก็อยู่ในคำบริกรรมต่อไป อะไรเกิดขึ้นให้กำหนดเป็นปัจจุบันอารมณ์  เดวความสงบก็เกิดขึ้น เพียงแต่ก่อนนั่งให้บอกกับตัวเองว่า นั่งเพราะมันเป็นกิจวัตร ไม่ใช่นั่งให้ดับทุกข์ หรืออยากให้สงบ.. ความสงบเป็นเรื่องของจิต เราอย่าไปคาดหวัง..
ขอขอบคุณกับลุงหนานมาก (ยกกำลังสองคูณด้วยพันครั้ง) ที่ให้ข้อคิดดี ๆ เช่นนี้โดยเฉพาะที่คาดสีแดงไว้  ผมลืมข้อนี้เสียสนิทใจเลยกับคำว่า "เพราะมันเป็นกิจวัตร" ก่อนนี้คิดเพียงว่าให้จิตสงบก็พอ (แต่ก็สงบได้น้อยมาก) บางครั้งก็คิดว่าเพื่อเติมพลัง(ชาร์ตแ็ตเตอรี่) เท่านั้น
IP : บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
เรื่องที่น่าสนใจ
 

ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!