เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 11 พฤษภาคม 2021, 01:21:08
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ธุรกิจบริการ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : https://forums.chiangraifocus.com/index.php?topic=1025412.0

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลท่องเที่ยว-โพสรูป
| |-+  ห้องโพสรูป-ภาพประทับใจ (ผู้ดูแล: ap.41)
| | |-+  อีกมุมหนึ่งของชีวิต ในประเทศเวียดนาม
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 [13] 14 พิมพ์
ผู้เขียน อีกมุมหนึ่งของชีวิต ในประเทศเวียดนาม  (อ่าน 12882 ครั้ง)
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #240 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2020, 21:46:06 »

จากประตูด้านนี้จะเปิดตรงสู่ท้องพระโรงนามว่าพระราชวังไทฮัว หรือไท่ฮัว หรือไทฮวา (Thai Hoa Palace)
พระราชวังไทยฮัวเป็นที่สำหรับ ส่วนด้านหน้าเป็นลานโล่งเพื่อให้จอหงวนยืนเข้าเฝ้าตามตำแหน่ง
ส่วนภายในเป็นโถงกว้างทำจากไม้ทั้งหลัง มีเพียงบัลลังก์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ (ภายในห้ามถ่ายภาพ) ในอดีตจะมีจอหงวนที่เก่งที่สุดเพียง 4 คนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ยืนอยู่รอบบัลลังก์ และภายในยังคงสมบูรณ์ด้วยรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นบังลังก์ไม้สลักที่เพียงมองก็น่าเกรงขาม หรือเพดานลายวิจิตร


* DSCF5541.JPG (100.97 KB, 760x428 - ดู 93 ครั้ง.)

* Palace North_190503_0029.jpg (147.28 KB, 794x446 - ดู 94 ครั้ง.)

* PANO_20190501_110436.jpg (171.14 KB, 1366x357 - ดู 94 ครั้ง.)

* PANO_20190501_110652.jpg (168.22 KB, 1366x361 - ดู 94 ครั้ง.)

* PANO_20190501_111106.jpg (205.32 KB, 1366x357 - ดู 94 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #241 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2020, 22:00:54 »

มีหลายส่วนที่เราไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ หรือเข้าไปได้แต่มีข้อห้ามไม่ให้บันทึกภาพ ได้บางส่วนก็กำหนดปิดปรับปรุง
พอผ่านท้องพระโรงก็จะมีกำแพงกั้นเพื่อผ่านเข้าไปสู่ตำหนักอีกหลายตำหนักที่เราไม่มาสามารถบันทึกภาพได้ ในกำแพงชั้นที่สามก็พาเราไปสู่พื้นที่โล่งกว้าง พื้นเป็นสนามหญ้า มีกระถางใหญ่สางอยู่หนึ่งชิ้น สองข้างทางเป็นอาคารไม้ตกแต่งเป็นสีแดง มีหลังคา มี ภาพเก่าๆให้เราได้บันทึกภาพกัน


* DSCF5543.JPG (158.1 KB, 760x428 - ดู 94 ครั้ง.)

* DSCF5544.JPG (138.79 KB, 760x428 - ดู 92 ครั้ง.)

* DSCF5546.JPG (157 KB, 428x760 - ดู 94 ครั้ง.)

* DSCF5549.JPG (167.47 KB, 760x428 - ดู 93 ครั้ง.)

* DSCF5550.JPG (139.64 KB, 760x428 - ดู 92 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #242 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2020, 22:04:17 »

มีหลายส่วนที่เราไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ หรือเข้าไปได้แต่มีข้อห้ามไม่ให้บันทึกภาพ ได้บางส่วนก็กำหนดปิดปรับปรุง
พอผ่านท้องพระโรงก็จะมีกำแพงกั้นเพื่อผ่านเข้าไปสู่ตำหนักอีกหลายตำหนักที่เราไม่มาสามารถบันทึกภาพได้ ในกำแพงชั้นที่สามก็พาเราไปสู่พื้นที่โล่งกว้าง พื้นเป็นสนามหญ้า มีกระถางใหญ่สางอยู่หนึ่งชิ้น สองข้างทางเป็นอาคารไม้ตกแต่งเป็นสีแดง มีหลังคา มี ภาพเก่าๆให้เราได้บันทึกภาพกัน


* DSCF5555.JPG (140.89 KB, 760x428 - ดู 93 ครั้ง.)

* DSCF5556.JPG (124.82 KB, 760x428 - ดู 94 ครั้ง.)

* DSCF5557.JPG (133.34 KB, 760x428 - ดู 93 ครั้ง.)

* DSCF5558.JPG (144.75 KB, 760x428 - ดู 93 ครั้ง.)

* DSCF5562.JPG (131.69 KB, 760x428 - ดู 93 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #243 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2020, 22:06:03 »

มีหลายส่วนที่เราไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ หรือเข้าไปได้แต่มีข้อห้ามไม่ให้บันทึกภาพ ได้บางส่วนก็กำหนดปิดปรับปรุง
พอผ่านท้องพระโรงก็จะมีกำแพงกั้นเพื่อผ่านเข้าไปสู่ตำหนักอีกหลายตำหนักที่เราไม่มาสามารถบันทึกภาพได้ ในกำแพงชั้นที่สามก็พาเราไปสู่พื้นที่โล่งกว้าง พื้นเป็นสนามหญ้า มีกระถางใหญ่สางอยู่หนึ่งชิ้น สองข้างทางเป็นอาคารไม้ตกแต่งเป็นสีแดง มีหลังคา มี ภาพเก่าๆให้เราได้บันทึกภาพกัน


* DSCF5564.JPG (166.08 KB, 760x428 - ดู 93 ครั้ง.)

* DSCF5566.JPG (186.08 KB, 760x428 - ดู 93 ครั้ง.)

* DSCF5568.JPG (163.56 KB, 760x428 - ดู 93 ครั้ง.)

* DSCF5570.JPG (141.18 KB, 428x760 - ดู 93 ครั้ง.)

* DSCF5571.JPG (142.9 KB, 760x428 - ดู 93 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #244 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2020, 22:08:16 »

มีหลายส่วนที่เราไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ หรือเข้าไปได้แต่มีข้อห้ามไม่ให้บันทึกภาพ ได้บางส่วนก็กำหนดปิดปรับปรุง
พอผ่านท้องพระโรงก็จะมีกำแพงกั้นเพื่อผ่านเข้าไปสู่ตำหนักอีกหลายตำหนักที่เราไม่มาสามารถบันทึกภาพได้ ในกำแพงชั้นที่สามก็พาเราไปสู่พื้นที่โล่งกว้าง พื้นเป็นสนามหญ้า มีกระถางใหญ่สางอยู่หนึ่งชิ้น สองข้างทางเป็นอาคารไม้ตกแต่งเป็นสีแดง มีหลังคา มี ภาพเก่าๆให้เราได้บันทึกภาพกัน


* DSCF5576.JPG (126.19 KB, 760x428 - ดู 91 ครั้ง.)

* DSCF5578.JPG (143.09 KB, 760x428 - ดู 92 ครั้ง.)

* DSCF5579.JPG (143.99 KB, 760x428 - ดู 94 ครั้ง.)

* DSCF5581.JPG (184.56 KB, 760x428 - ดู 92 ครั้ง.)

* DSCF5584.JPG (151.33 KB, 760x428 - ดู 92 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #245 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2020, 22:09:20 »

มีหลายส่วนที่เราไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ หรือเข้าไปได้แต่มีข้อห้ามไม่ให้บันทึกภาพ ได้บางส่วนก็กำหนดปิดปรับปรุง
พอผ่านท้องพระโรงก็จะมีกำแพงกั้นเพื่อผ่านเข้าไปสู่ตำหนักอีกหลายตำหนักที่เราไม่มาสามารถบันทึกภาพได้ ในกำแพงชั้นที่สามก็พาเราไปสู่พื้นที่โล่งกว้าง พื้นเป็นสนามหญ้า มีกระถางใหญ่สางอยู่หนึ่งชิ้น สองข้างทางเป็นอาคารไม้ตกแต่งเป็นสีแดง มีหลังคา มี ภาพเก่าๆให้เราได้บันทึกภาพกัน


* DSCF5588.JPG (157.87 KB, 760x428 - ดู 90 ครั้ง.)

* DSCF5590.JPG (153.52 KB, 760x428 - ดู 91 ครั้ง.)

* DSCF5592.JPG (157.35 KB, 760x428 - ดู 91 ครั้ง.)

* DSCF5593.JPG (174.17 KB, 760x428 - ดู 92 ครั้ง.)

* DSCF5595.JPG (132.26 KB, 760x428 - ดู 90 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #246 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2020, 22:10:58 »

มีหลายส่วนที่เราไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ หรือเข้าไปได้แต่มีข้อห้ามไม่ให้บันทึกภาพ ได้บางส่วนก็กำหนดปิดปรับปรุง
พอผ่านท้องพระโรงก็จะมีกำแพงกั้นเพื่อผ่านเข้าไปสู่ตำหนักอีกหลายตำหนักที่เราไม่มาสามารถบันทึกภาพได้ ในกำแพงชั้นที่สามก็พาเราไปสู่พื้นที่โล่งกว้าง พื้นเป็นสนามหญ้า มีกระถางใหญ่สางอยู่หนึ่งชิ้น สองข้างทางเป็นอาคารไม้ตกแต่งเป็นสีแดง มีหลังคา มี ภาพเก่าๆให้เราได้บันทึกภาพกัน


* PANO_20190501_111926.jpg (152.72 KB, 1366x354 - ดู 91 ครั้ง.)

* PANO_20190501_112107.jpg (192.65 KB, 1366x339 - ดู 90 ครั้ง.)

* PANO_20190501_112121.jpg (182.15 KB, 1366x339 - ดู 91 ครั้ง.)

* PANO_20190501_112243.jpg (196.01 KB, 1342x353 - ดู 91 ครั้ง.)

* PANO_20190501_113344.jpg (183.5 KB, 1366x360 - ดู 92 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #247 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2020, 22:18:22 »

ด้านท้ายของพระราชวังใน จะมีสระน้ำ เก๋ง อยู่ประปราย ก่อนที่จะต้องเดินอ้อมในส่วนที่ปิดปรับปรุงไปสู่กำแพงรอบพระราชวัง


* DSCF5603.JPG (192.25 KB, 760x428 - ดู 88 ครั้ง.)

* DSCF5609.JPG (170.85 KB, 760x428 - ดู 90 ครั้ง.)

* DSCF5612.JPG (159.42 KB, 760x428 - ดู 89 ครั้ง.)

* DSCF5625.JPG (183.79 KB, 710x400 - ดู 88 ครั้ง.)

* DSCF5628.JPG (129.92 KB, 760x428 - ดู 89 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #248 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2020, 22:20:10 »

ด้านท้ายของพระราชวังใน จะมีสระน้ำ เก๋ง อยู่ประปราย ก่อนที่จะต้องเดินอ้อมในส่วนที่ปิดปรับปรุงไปสู่กำแพงรอบพระราชวัง


* DSCF5630.JPG (194.63 KB, 760x428 - ดู 89 ครั้ง.)

* DSCF5688.JPG (149.76 KB, 760x428 - ดู 89 ครั้ง.)

* DSCF5697.JPG (114.52 KB, 760x428 - ดู 90 ครั้ง.)

* DSCF5640.JPG (162.58 KB, 760x428 - ดู 90 ครั้ง.)

* DSCF5659.JPG (130.18 KB, 760x428 - ดู 88 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #249 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2020, 22:21:13 »

ด้านท้ายของพระราชวังใน จะมีสระน้ำ เก๋ง อยู่ประปราย ก่อนที่จะต้องเดินอ้อมในส่วนที่ปิดปรับปรุงไปสู่กำแพงรอบพระราชวัง


* DSCF5643.JPG (161.54 KB, 760x428 - ดู 89 ครั้ง.)

* DSCF5656.JPG (166.68 KB, 760x428 - ดู 87 ครั้ง.)

* DSCF5663.JPG (141.92 KB, 760x428 - ดู 88 ครั้ง.)

* PANO_20190501_114525.jpg (188.1 KB, 1366x345 - ดู 89 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #250 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2020, 22:25:23 »

ส่วนของประตูตามกำแพงต่างๆรอบพระราชวัง


* DSCF5710.JPG (180.1 KB, 760x428 - ดู 87 ครั้ง.)

* DSCF5711.JPG (153.34 KB, 760x428 - ดู 88 ครั้ง.)

* DSCF5712.JPG (149.78 KB, 760x428 - ดู 88 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #251 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2020, 22:26:00 »

ส่วนของประตูตามกำแพงต่างๆรอบพระราชวัง


* DSCF5715.JPG (194.64 KB, 760x428 - ดู 86 ครั้ง.)

* DSCF5718.JPG (166.7 KB, 760x428 - ดู 89 ครั้ง.)

* DSCF5720.JPG (191.5 KB, 760x428 - ดู 89 ครั้ง.)

* DSCF5721.JPG (195.82 KB, 740x417 - ดู 89 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #252 เมื่อ: วันที่ 04 สิงหาคม 2020, 20:49:54 »

 วัดเทียนมู่ ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของริมแม่น้ำหอมของประเทศเวียดนาม ทางไปสุสานของพระเจ้ามิงห์หม่าง วัดแห่งนี้นับเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนานิกายเซน จุดเด่นที่สุดของวัดแห่งนี้คือ เจดีย์ทรงเก๋ง 8 เหลี่ยม สูงลดหลั่นกัน 7 ชั้น แต่ละชั้นเป็นตัวแทนของชาติภพต่างๆ ของพระพุทธเจ้า ส่วนทางฝั่งซ้ายและขวาเป็นที่ตั้งของศิลาจารึกและระฆังสำริดขนาดใหญ่หนักถึง 2,000 กิโลกรัม ถัดมาทางด้านหลังของเจดีย์เป็นประตูทางเข้าสู่บริเวณภายในวัด มีรูปปั้นเทพเจ้า 6 องค์ คอยยืนเฝ้าปกป้องไม่ให้ความชั่วร้ายเข้ามาเยือนและวัดแห่งนี้เองมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และการเมืองในช่วงยุคหลังของเวียตนาม เมื่อพระภิกษุทิกกวางหยุก เจ้าอาวาสของวัดเทียนมู่ได้ใช้รถออสตินสีฟ้าคันเล็กเป็นพาหนะไปเผาตัวเองที่กลางกรุงไซ่ง่อนหรือโฮจิมินห์ซิตี้ในปัจจุบัน ในช่วงสายของวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2506 เพื่อประท้วงการบังคับให้ประชาชนไปนับถือศาสนาคริสต์และการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาลโงดินห์เดียมที่เป็นคาทอลิก รวมทั้งใช้ความรุนแรงขัดขวางการฉลองวันวิสาขบูชาของประชาชนในประเทศ ปัจจุบันรถออสตินสีฟ้าคันนั้นได้ถูกเก็บรักษาและจัดแสดงไว้ภายในวัดแห่งนี้
• หมายเหตุ : บริเวณหน้าวัด มีร้านขายของฝากและของที่ระลึก เวลาซึ้อของฝาก กรุณาต่อรองราคา 50 - 70 % นะครับ (ถ้าเขาไม่ให้ก็แกล้งเดินหนี แล้วแม่ค้าก็จะเดินตามมาขายท่านเองแหละครับ รับประกันว่าซื้อของนะต้องต่อรองกันจริงๆ นี่แหละครับ...เสน่ห์แห่งเวียตนาม)


* DSCF5759.JPG (198.76 KB, 760x428 - ดู 77 ครั้ง.)

* DSCF5764.JPG (165.52 KB, 760x428 - ดู 76 ครั้ง.)

* DSCF5765.JPG (177.61 KB, 760x428 - ดู 79 ครั้ง.)

* DSCF5766.JPG (175.36 KB, 760x428 - ดู 78 ครั้ง.)

* DSCF5767.JPG (173.45 KB, 428x760 - ดู 76 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #253 เมื่อ: วันที่ 04 สิงหาคม 2020, 20:57:19 »

วัดเทียนมู่ ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของริมแม่น้ำหอมของประเทศเวียดนาม ทางไปสุสานของพระเจ้ามิงห์หม่าง วัดแห่งนี้นับเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนานิกายเซน จุดเด่นที่สุดของวัดแห่งนี้คือ เจดีย์ทรงเก๋ง 8 เหลี่ยม สูงลดหลั่นกัน 7 ชั้น แต่ละชั้นเป็นตัวแทนของชาติภพต่างๆ ของพระพุทธเจ้า ส่วนทางฝั่งซ้ายและขวาเป็นที่ตั้งของศิลาจารึกและระฆังสำริดขนาดใหญ่หนักถึง 2,000 กิโลกรัม ถัดมาทางด้านหลังของเจดีย์เป็นประตูทางเข้าสู่บริเวณภายในวัด มีรูปปั้นเทพเจ้า 6 องค์ คอยยืนเฝ้าปกป้องไม่ให้ความชั่วร้ายเข้ามาเยือนและวัดแห่งนี้เองมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และการเมืองในช่วงยุคหลังของเวียตนาม เมื่อพระภิกษุทิกกวางหยุก เจ้าอาวาสของวัดเทียนมู่ได้ใช้รถออสตินสีฟ้าคันเล็กเป็นพาหนะไปเผาตัวเองที่กลางกรุงไซ่ง่อนหรือโฮจิมินห์ซิตี้ในปัจจุบัน ในช่วงสายของวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2506 เพื่อประท้วงการบังคับให้ประชาชนไปนับถือศาสนาคริสต์และการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาลโงดินห์เดียมที่เป็นคาทอลิก รวมทั้งใช้ความรุนแรงขัดขวางการฉลองวันวิสาขบูชาของประชาชนในประเทศ ปัจจุบันรถออสตินสีฟ้าคันนั้นได้ถูกเก็บรักษาและจัดแสดงไว้ภายในวัดแห่งนี้
• หมายเหตุ : บริเวณหน้าวัด มีร้านขายของฝากและของที่ระลึก เวลาซึ้อของฝาก กรุณาต่อรองราคา 50 - 70 % นะครับ (ถ้าเขาไม่ให้ก็แกล้งเดินหนี แล้วแม่ค้าก็จะเดินตามมาขายท่านเองแหละครับ รับประกันว่าซื้อของนะต้องต่อรองกันจริงๆ นี่แหละครับ...เสน่ห์แห่งเวียตนาม)


* DSCF5771.JPG (166.49 KB, 760x428 - ดู 77 ครั้ง.)

* DSCF5774.JPG (110.35 KB, 760x428 - ดู 78 ครั้ง.)

* DSCF5780.JPG (111.62 KB, 760x428 - ดู 79 ครั้ง.)

* DSCF5783.JPG (172.61 KB, 655x369 - ดู 78 ครั้ง.)

* DSCF5785.JPG (168.69 KB, 760x428 - ดู 78 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #254 เมื่อ: วันที่ 04 สิงหาคม 2020, 20:59:11 »

วัดเทียนมู่ ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของริมแม่น้ำหอมของประเทศเวียดนาม ทางไปสุสานของพระเจ้ามิงห์หม่าง วัดแห่งนี้นับเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนานิกายเซน จุดเด่นที่สุดของวัดแห่งนี้คือ เจดีย์ทรงเก๋ง 8 เหลี่ยม สูงลดหลั่นกัน 7 ชั้น แต่ละชั้นเป็นตัวแทนของชาติภพต่างๆ ของพระพุทธเจ้า ส่วนทางฝั่งซ้ายและขวาเป็นที่ตั้งของศิลาจารึกและระฆังสำริดขนาดใหญ่หนักถึง 2,000 กิโลกรัม ถัดมาทางด้านหลังของเจดีย์เป็นประตูทางเข้าสู่บริเวณภายในวัด มีรูปปั้นเทพเจ้า 6 องค์ คอยยืนเฝ้าปกป้องไม่ให้ความชั่วร้ายเข้ามาเยือนและวัดแห่งนี้เองมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และการเมืองในช่วงยุคหลังของเวียตนาม เมื่อพระภิกษุทิกกวางหยุก เจ้าอาวาสของวัดเทียนมู่ได้ใช้รถออสตินสีฟ้าคันเล็กเป็นพาหนะไปเผาตัวเองที่กลางกรุงไซ่ง่อนหรือโฮจิมินห์ซิตี้ในปัจจุบัน ในช่วงสายของวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2506 เพื่อประท้วงการบังคับให้ประชาชนไปนับถือศาสนาคริสต์และการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาลโงดินห์เดียมที่เป็นคาทอลิก รวมทั้งใช้ความรุนแรงขัดขวางการฉลองวันวิสาขบูชาของประชาชนในประเทศ ปัจจุบันรถออสตินสีฟ้าคันนั้นได้ถูกเก็บรักษาและจัดแสดงไว้ภายในวัดแห่งนี้
• หมายเหตุ : บริเวณหน้าวัด มีร้านขายของฝากและของที่ระลึก เวลาซึ้อของฝาก กรุณาต่อรองราคา 50 - 70 % นะครับ (ถ้าเขาไม่ให้ก็แกล้งเดินหนี แล้วแม่ค้าก็จะเดินตามมาขายท่านเองแหละครับ รับประกันว่าซื้อของนะต้องต่อรองกันจริงๆ นี่แหละครับ...เสน่ห์แห่งเวียตนาม)


* DSCF5789.JPG (123.22 KB, 750x422 - ดู 79 ครั้ง.)

* DSCF5791.JPG (199.08 KB, 760x428 - ดู 78 ครั้ง.)

* DSCF5796.JPG (191.17 KB, 760x428 - ดู 78 ครั้ง.)

* DSCF5797.JPG (195.77 KB, 725x408 - ดู 79 ครั้ง.)

* DSCF5798.JPG (180.84 KB, 760x428 - ดู 78 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #255 เมื่อ: วันที่ 04 สิงหาคม 2020, 21:00:10 »

วัดเทียนมู่ ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของริมแม่น้ำหอมของประเทศเวียดนาม ทางไปสุสานของพระเจ้ามิงห์หม่าง วัดแห่งนี้นับเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนานิกายเซน จุดเด่นที่สุดของวัดแห่งนี้คือ เจดีย์ทรงเก๋ง 8 เหลี่ยม สูงลดหลั่นกัน 7 ชั้น แต่ละชั้นเป็นตัวแทนของชาติภพต่างๆ ของพระพุทธเจ้า ส่วนทางฝั่งซ้ายและขวาเป็นที่ตั้งของศิลาจารึกและระฆังสำริดขนาดใหญ่หนักถึง 2,000 กิโลกรัม ถัดมาทางด้านหลังของเจดีย์เป็นประตูทางเข้าสู่บริเวณภายในวัด มีรูปปั้นเทพเจ้า 6 องค์ คอยยืนเฝ้าปกป้องไม่ให้ความชั่วร้ายเข้ามาเยือนและวัดแห่งนี้เองมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และการเมืองในช่วงยุคหลังของเวียตนาม เมื่อพระภิกษุทิกกวางหยุก เจ้าอาวาสของวัดเทียนมู่ได้ใช้รถออสตินสีฟ้าคันเล็กเป็นพาหนะไปเผาตัวเองที่กลางกรุงไซ่ง่อนหรือโฮจิมินห์ซิตี้ในปัจจุบัน ในช่วงสายของวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2506 เพื่อประท้วงการบังคับให้ประชาชนไปนับถือศาสนาคริสต์และการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาลโงดินห์เดียมที่เป็นคาทอลิก รวมทั้งใช้ความรุนแรงขัดขวางการฉลองวันวิสาขบูชาของประชาชนในประเทศ ปัจจุบันรถออสตินสีฟ้าคันนั้นได้ถูกเก็บรักษาและจัดแสดงไว้ภายในวัดแห่งนี้
• หมายเหตุ : บริเวณหน้าวัด มีร้านขายของฝากและของที่ระลึก เวลาซึ้อของฝาก กรุณาต่อรองราคา 50 - 70 % นะครับ (ถ้าเขาไม่ให้ก็แกล้งเดินหนี แล้วแม่ค้าก็จะเดินตามมาขายท่านเองแหละครับ รับประกันว่าซื้อของนะต้องต่อรองกันจริงๆ นี่แหละครับ...เสน่ห์แห่งเวียตนาม)


* DSCF5800.JPG (173.03 KB, 760x428 - ดู 79 ครั้ง.)

* DSCF5817.JPG (106.42 KB, 760x428 - ดู 80 ครั้ง.)

* DSCF5826.JPG (190.83 KB, 760x428 - ดู 79 ครั้ง.)

* PANO_20190501_131839.jpg (180.09 KB, 1080x278 - ดู 82 ครั้ง.)

* PANO_20190501_131850.jpg (192.11 KB, 1150x293 - ดู 80 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 04 สิงหาคม 2020, 21:03:36 โดย AEK13@กว่างกรุง » IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #256 เมื่อ: วันที่ 07 สิงหาคม 2020, 18:17:59 »

สุสานจักรพรรดิไคดิงห์ (Tomb of Khai Dinh) (ลัง ไคดิง) อยู่ห่างจากเมืองเว้ลงไปทางใต้ 8 กิโลเมตร สุสานแห่งนี้เป็นสุสานเดียวที่มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันออกกับสถาปัตยกรรมตะวันตก สมเด็จพระจักรพรรดิไคดิงห์เป็นพระจักรพรรดิลำดับก่อนสุดท้ายของเวียดนาม ผู้ซึ่งครองราชย์ตั้งแต่ปี 1916 ถึงปี 1925 เนื่องจากองค์จักรพรรดิไคดิงห์ทรงเป็นจักรพรรดิในราชวงศ์เหงียนพระองค์เดียวที่ได้เดินทางไปประเทศฝรั่งเศส สุสานแห่งนี้สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างดี โดยใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 11 ปี พระเจ้าไคดิงห์เป็นพระบิดาบุญธรรมของพระเจ้าเบ๋าได่ ทรงครองราชย์อยู่ 9 ปี ในยุคที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครอง
           สุสานฝังพระศพมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตสีดำเข้ม ซึ่งเป็นลักษณะของสถาปัตยกรรรมกอทิก ทางเดินขึ้นสุสานได้รับการตกแต่งเป็นบันไดมังกรอันโอ่อ่าที่จะพาขึ้นไปสู่สุสานชั้นหนึ่ง จากนั้นมีบันไดต่อไปยังลานชั้นสองที่เรียงรายด้วยรูปปั้นหินของช้าง ม้า ข้าราชการทหารและพลเรือนเรียงรายอยู่ กลางลานมีแผ่นจารึกเขียนด้วยอักษรจีน นิพนธ์โดยพระเจ้าเบ๋าได่ เพื่อรำลึกถึงพระบิดาของพระองค์ ส่วนด้านบนสุดเป็นพระราชวังเทียนดิงห์ ภายในมีการตกแต่งอย่างสวยงามด้วย
           การใช้กระเบื้องสีปูพื้น จิตรกรรมฝาผนังภาพมังกรในม่านเมฆขนาดใหญ่ที่วาดโดยใช้ศิลปินที่เขียนภาพด้วยเท้า ประดับอยู่บนเพดานกลางห้องโถง ส่วนทางซ้ายและขวาเป็นภาพเฟรสโกอันเต็มไปด้วยสีสันที่ตกแต่งด้วยการฝังกระจกสีและกระเบื้องนับพันชิ้น แสดงถึงเรื่องราวมากมายของสัตว์ ต้นไม้ และดอกไม้ ตลอดจนรูปปั้นสำริดขนาดเท่าองค์จริงของพระเจ้าไคดิงห์ ซึ่งสร้างที่ฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2465 ตั้งอยู่บนยกพื้นด้านบนของสุสาน ร่างขององค์พระจักรพรรดิถูกฝังไว้ที่ด้านใต้ของรูปปั้นนี้ลึกลงไป 18 เมตร


* DSCF5828.JPG (166.03 KB, 760x428 - ดู 72 ครั้ง.)

* IMG_20190501_142004.jpg (164.07 KB, 799x449 - ดู 73 ครั้ง.)

* DSCF5830.JPG (169.81 KB, 760x428 - ดู 73 ครั้ง.)

* DSCF5835.JPG (174.67 KB, 760x428 - ดู 72 ครั้ง.)

* DSCF5841.JPG (167.29 KB, 760x428 - ดู 71 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 09 สิงหาคม 2020, 10:49:35 โดย AEK13@กว่างกรุง » IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #257 เมื่อ: วันที่ 07 สิงหาคม 2020, 18:29:56 »

สุสานจักรพรรดิไคดิงห์ (Tomb of Khai Dinh) (ลัง ไคดิง) อยู่ห่างจากเมืองเว้ลงไปทางใต้ 8 กิโลเมตร สุสานแห่งนี้เป็นสุสานเดียวที่มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันออกกับสถาปัตยกรรมตะวันตก สมเด็จพระจักรพรรดิไคดิงห์เป็นพระจักรพรรดิลำดับก่อนสุดท้ายของเวียดนาม ผู้ซึ่งครองราชย์ตั้งแต่ปี 1916 ถึงปี 1925 เนื่องจากองค์จักรพรรดิไคดิงห์ทรงเป็นจักรพรรดิในราชวงศ์เหงียนพระองค์เดียวที่ได้เดินทางไปประเทศฝรั่งเศส สุสานแห่งนี้สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างดี โดยใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 11 ปี พระเจ้าไคดิงห์เป็นพระบิดาบุญธรรมของพระเจ้าเบ๋าได่ ทรงครองราชย์อยู่ 9 ปี ในยุคที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครอง
           สุสานฝังพระศพมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตสีดำเข้ม ซึ่งเป็นลักษณะของสถาปัตยกรรรมกอทิก ทางเดินขึ้นสุสานได้รับการตกแต่งเป็นบันไดมังกรอันโอ่อ่าที่จะพาขึ้นไปสู่สุสานชั้นหนึ่ง จากนั้นมีบันไดต่อไปยังลานชั้นสองที่เรียงรายด้วยรูปปั้นหินของช้าง ม้า ข้าราชการทหารและพลเรือนเรียงรายอยู่ กลางลานมีแผ่นจารึกเขียนด้วยอักษรจีน นิพนธ์โดยพระเจ้าเบ๋าได่ เพื่อรำลึกถึงพระบิดาของพระองค์ ส่วนด้านบนสุดเป็นพระราชวังเทียนดิงห์ ภายในมีการตกแต่งอย่างสวยงามด้วย
           การใช้กระเบื้องสีปูพื้น จิตรกรรมฝาผนังภาพมังกรในม่านเมฆขนาดใหญ่ที่วาดโดยใช้ศิลปินที่เขียนภาพด้วยเท้า ประดับอยู่บนเพดานกลางห้องโถง ส่วนทางซ้ายและขวาเป็นภาพเฟรสโกอันเต็มไปด้วยสีสันที่ตกแต่งด้วยการฝังกระจกสีและกระเบื้องนับพันชิ้น แสดงถึงเรื่องราวมากมายของสัตว์ ต้นไม้ และดอกไม้ ตลอดจนรูปปั้นสำริดขนาดเท่าองค์จริงของพระเจ้าไคดิงห์ ซึ่งสร้างที่ฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2465 ตั้งอยู่บนยกพื้นด้านบนของสุสาน ร่างขององค์พระจักรพรรดิถูกฝังไว้ที่ด้านใต้ของรูปปั้นนี้ลึกลงไป 18 เมตร


* DSCF5847.JPG (150.75 KB, 760x428 - ดู 72 ครั้ง.)

* DSCF5857.JPG (187.1 KB, 760x428 - ดู 71 ครั้ง.)

* DSCF5858.JPG (108.92 KB, 760x428 - ดู 70 ครั้ง.)

* DSCF5859.JPG (164.66 KB, 760x428 - ดู 71 ครั้ง.)

* DSCF5864.JPG (117.46 KB, 760x428 - ดู 70 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 09 สิงหาคม 2020, 10:49:25 โดย AEK13@กว่างกรุง » IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #258 เมื่อ: วันที่ 07 สิงหาคม 2020, 18:33:29 »

สุสานจักรพรรดิไคดิงห์ (Tomb of Khai Dinh) (ลัง ไคดิง) อยู่ห่างจากเมืองเว้ลงไปทางใต้ 8 กิโลเมตร สุสานแห่งนี้เป็นสุสานเดียวที่มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันออกกับสถาปัตยกรรมตะวันตก สมเด็จพระจักรพรรดิไคดิงห์เป็นพระจักรพรรดิลำดับก่อนสุดท้ายของเวียดนาม ผู้ซึ่งครองราชย์ตั้งแต่ปี 1916 ถึงปี 1925 เนื่องจากองค์จักรพรรดิไคดิงห์ทรงเป็นจักรพรรดิในราชวงศ์เหงียนพระองค์เดียวที่ได้เดินทางไปประเทศฝรั่งเศส สุสานแห่งนี้สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างดี โดยใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 11 ปี พระเจ้าไคดิงห์เป็นพระบิดาบุญธรรมของพระเจ้าเบ๋าได่ ทรงครองราชย์อยู่ 9 ปี ในยุคที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครอง
           สุสานฝังพระศพมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตสีดำเข้ม ซึ่งเป็นลักษณะของสถาปัตยกรรรมกอทิก ทางเดินขึ้นสุสานได้รับการตกแต่งเป็นบันไดมังกรอันโอ่อ่าที่จะพาขึ้นไปสู่สุสานชั้นหนึ่ง จากนั้นมีบันไดต่อไปยังลานชั้นสองที่เรียงรายด้วยรูปปั้นหินของช้าง ม้า ข้าราชการทหารและพลเรือนเรียงรายอยู่ กลางลานมีแผ่นจารึกเขียนด้วยอักษรจีน นิพนธ์โดยพระเจ้าเบ๋าได่ เพื่อรำลึกถึงพระบิดาของพระองค์ ส่วนด้านบนสุดเป็นพระราชวังเทียนดิงห์ ภายในมีการตกแต่งอย่างสวยงามด้วย
           การใช้กระเบื้องสีปูพื้น จิตรกรรมฝาผนังภาพมังกรในม่านเมฆขนาดใหญ่ที่วาดโดยใช้ศิลปินที่เขียนภาพด้วยเท้า ประดับอยู่บนเพดานกลางห้องโถง ส่วนทางซ้ายและขวาเป็นภาพเฟรสโกอันเต็มไปด้วยสีสันที่ตกแต่งด้วยการฝังกระจกสีและกระเบื้องนับพันชิ้น แสดงถึงเรื่องราวมากมายของสัตว์ ต้นไม้ และดอกไม้ ตลอดจนรูปปั้นสำริดขนาดเท่าองค์จริงของพระเจ้าไคดิงห์ ซึ่งสร้างที่ฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2465 ตั้งอยู่บนยกพื้นด้านบนของสุสาน ร่างขององค์พระจักรพรรดิถูกฝังไว้ที่ด้านใต้ของรูปปั้นนี้ลึกลงไป 18 เมตร


* DSCF5867.JPG (137.81 KB, 760x428 - ดู 71 ครั้ง.)

* DSCF5860.JPG (198.82 KB, 740x417 - ดู 69 ครั้ง.)

* DSCF5861.JPG (194.98 KB, 701x395 - ดู 71 ครั้ง.)

* DSCF5862.JPG (194.1 KB, 411x730 - ดู 69 ครั้ง.)

* IMG_20190501_145258-EFFECTS.jpg (183.22 KB, 665x374 - ดู 70 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 09 สิงหาคม 2020, 10:47:22 โดย AEK13@กว่างกรุง » IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
AEK13@กว่างกรุง
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,962


กว่างกรุง


« ตอบ #259 เมื่อ: วันที่ 07 สิงหาคม 2020, 18:35:04 »

สุสานจักรพรรดิไคดิงห์ (Tomb of Khai Dinh) (ลัง ไคดิง) อยู่ห่างจากเมืองเว้ลงไปทางใต้ 8 กิโลเมตร สุสานแห่งนี้เป็นสุสานเดียวที่มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันออกกับสถาปัตยกรรมตะวันตก สมเด็จพระจักรพรรดิไคดิงห์เป็นพระจักรพรรดิลำดับก่อนสุดท้ายของเวียดนาม ผู้ซึ่งครองราชย์ตั้งแต่ปี 1916 ถึงปี 1925 เนื่องจากองค์จักรพรรดิไคดิงห์ทรงเป็นจักรพรรดิในราชวงศ์เหงียนพระองค์เดียวที่ได้เดินทางไปประเทศฝรั่งเศส สุสานแห่งนี้สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างดี โดยใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 11 ปี พระเจ้าไคดิงห์เป็นพระบิดาบุญธรรมของพระเจ้าเบ๋าได่ ทรงครองราชย์อยู่ 9 ปี ในยุคที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครอง
           สุสานฝังพระศพมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตสีดำเข้ม ซึ่งเป็นลักษณะของสถาปัตยกรรรมกอทิก ทางเดินขึ้นสุสานได้รับการตกแต่งเป็นบันไดมังกรอันโอ่อ่าที่จะพาขึ้นไปสู่สุสานชั้นหนึ่ง จากนั้นมีบันไดต่อไปยังลานชั้นสองที่เรียงรายด้วยรูปปั้นหินของช้าง ม้า ข้าราชการทหารและพลเรือนเรียงรายอยู่ กลางลานมีแผ่นจารึกเขียนด้วยอักษรจีน นิพนธ์โดยพระเจ้าเบ๋าได่ เพื่อรำลึกถึงพระบิดาของพระองค์ ส่วนด้านบนสุดเป็นพระราชวังเทียนดิงห์ ภายในมีการตกแต่งอย่างสวยงามด้วย
           การใช้กระเบื้องสีปูพื้น จิตรกรรมฝาผนังภาพมังกรในม่านเมฆขนาดใหญ่ที่วาดโดยใช้ศิลปินที่เขียนภาพด้วยเท้า ประดับอยู่บนเพดานกลางห้องโถง ส่วนทางซ้ายและขวาเป็นภาพเฟรสโกอันเต็มไปด้วยสีสันที่ตกแต่งด้วยการฝังกระจกสีและกระเบื้องนับพันชิ้น แสดงถึงเรื่องราวมากมายของสัตว์ ต้นไม้ และดอกไม้ ตลอดจนรูปปั้นสำริดขนาดเท่าองค์จริงของพระเจ้าไคดิงห์ ซึ่งสร้างที่ฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2465 ตั้งอยู่บนยกพื้นด้านบนของสุสาน ร่างขององค์พระจักรพรรดิถูกฝังไว้ที่ด้านใต้ของรูปปั้นนี้ลึกลงไป 18 เมตร


* PANO_20190501_142335.jpg (194.42 KB, 1300x317 - ดู 71 ครั้ง.)

* PANO_20190501_145130.jpg (183.73 KB, 1200x317 - ดู 72 ครั้ง.)

* PANO_20190501_145500.jpg (183.37 KB, 1366x357 - ดู 71 ครั้ง.)

* PANO_20190501_145652.jpg (192.02 KB, 1300x317 - ดู 70 ครั้ง.)

* PANO_20190501_153545.jpg (197.7 KB, 1340x341 - ดู 71 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 09 สิงหาคม 2020, 10:50:20 โดย AEK13@กว่างกรุง » IP : บันทึกการเข้า

วีรบุรุษไซร้ ไร้น้ำตา ร่ำสุราหยาดโลหิตคลุกเคล้า หมื่นพันอดีตกาลแสนเศร้า ยิ้มเยาะเย้ามลายสิ้น กระบี่เดียว
หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 [13] 14 พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
เรื่องที่น่าสนใจ
 

ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!