เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 21 พฤษภาคม 2022, 01:27:42
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ธุรกิจบริการ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : https://forums.chiangraifocus.com/index.php?topic=1025412.0

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  ศาสนา กิจกรรมทางวัด (ผู้ดูแล: ap.41, ลุงหนาน)
| | |-+  พระเจ้าล้านตื้อ
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน พระเจ้าล้านตื้อ  (อ่าน 2258 ครั้ง)
@เชียงแสน
สมาชิกลงทะเบียน
ระดับ ป.ตรี
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,362


..ทุกลมหายใจคือการเปลี่ยนแปลง..


« เมื่อ: วันที่ 01 พฤษภาคม 2012, 18:28:01 »

...คืออยากจะทราบประวัติของพระเจ้าล้านตื้อครับ...อ่านดูหลาย ๆ ที่รู้สึกว่าไม่ค่อยเหมือนกันครับ...สนใจมาก

...ขอบคุณมากครับ...
IP : บันทึกการเข้า
ap.41
ตอบแทนคุณแผ่นดิน
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,880


ไม่มีเทพไม่มีโปร..มีแต่เราที่จะก้าวไปพร้อมกัน...


« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 02 พฤษภาคม 2012, 14:35:22 »

ไปอ่านเจอมา ใช่วัดนี้หรือเปล่าไม่รู้นะ
สักกพทะ (จุลศักราช) ได้ 1101 ตัว (พ.ศ 2282) ปีกัดเม็ด เดือน 10 ออก 5 ค่ำ น้ำนองไหลเข้าประตูเวียง ซดหน้าวิหารวัดพระหินโค่นแล

ประวัตินี้ไม่รู้เกี่ยวข้องกับ  พระเจ้าล้านตื้อ หรือเปล่า นะ รอผู้รู้มาตอบอีกที
IP : บันทึกการเข้า

ap.41
ตอบแทนคุณแผ่นดิน
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,880


ไม่มีเทพไม่มีโปร..มีแต่เราที่จะก้าวไปพร้อมกัน...


« ตอบ #2 เมื่อ: วันที่ 02 พฤษภาคม 2012, 14:45:01 »

ฉันรู้จักยายครั้งแรกที่วัดพระธาตุจอมกิตติเมื่อครั้งไปกราบนมัสการพระธาตุในปีพ.ศ. ๒๕๓๗ ยายบอกว่า ยายมากราบหลวงพ่อเจ้าอาวาส ( พระครูวิกรมสมาธิคุณ ) ฉันรู้สึกถูกชะตากับยายมาก ฉันชอบมาฟังเทศน์หลวงปู่กฤษณ์ สปฺปุณฺโณ เป็นพระสุปฏิปันโนรูปหนึ่งของวัดพระธาตุจอมกิตติ และ ปวารณาเป็นศิษย์ของท่าน ฉันได้พบปะและพูดคุยกับยายบ่อยขึ้น ทำให้ทราบมาทีหลังว่า ยายเป็นโยมอุปัฏฐากของหลวงปู่ จึงทำให้มีความรู้สึกเป็นกัลยาณมิตรกันอย่างแนบแน่นภายในเวลาอันรวดเร็ว

เมื่อฉันไปเยี่ยมยายที่บ้าน และในโอกาสที่มีเวลาอยู่กับยายตามลำพัง ยายมักจะเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฉันฟังเสมอๆ คล้ายกับว่า อยากถ่ายทอดเรื่องราวที่ยายประทับใจให้ลูกหลานได้ซึมซับเรื่องราวในอดีต และสืบทอดเรื่องราว ความดีงามซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน

พ่อของยายย้ายครอบครัวมาจากประเทศลาว มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ละทิ้งตำแหน่งเจ้าพระยาสรรพศรีสมบูรณ์ ที่ปรึกษาพระมหากษัตริย์และผู้แทนพระองค์ ของประเทศลาวในสมัยนั้น ด้วยเหตุผลที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับฝรั่งเศสผู้ล่าอาณานิคม

ยายเล่าว่าประวัติศาสตร์ของประเทศลาวที่พ่อของยายเคยเรียน ได้กล่าวถึงพระเจ้าล้านตื้อไว้ว่า พระเจ้าล้านตื้อเป็นพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ มีลักษณะงดงามมาก ในสมัยพระเจ้าอนุวงศ์เป็นกษัตริย์ปกครองประเทศลาว อยากได้เมืองเชียงแสนเป็นเมืองขึ้น จึงยกทัพมาตี หลายครั้งหลายครา แต่ไม่เคยสำเร็จเพราะชัยภูมิของเมืองดีมากได้เปรียบเรื่องที่ตั้งจึงออกอุบายโดยให้กล่อม*(กะ–หล่อม) ขุดร่องเปลี่ยนทิศทางแม่น้ำโขง เพื่อให้กระแสน้ำเซาะกำแพงเมืองทางด้านทิศเหนือ เป็นผลทำให้กำแพงเมืองพังทลาย และยังกัดเซาะวัดที่ตั้งเรียงรายเป็นแนวเลียบแม่น้ำโขงไปทางทิศใต้ ล่มจมลงไปในแม่น้ำโขง ราว ๒๐ วัด รวมถึงวัดที่ประดิษฐานพระเจ้าล้านตื้อด้วย

เมื่อพ่อของยายย้ายมาอยู่เมืองเชียงแสนแล้ว ท่านได้คิดถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เคยเรียนมาเมื่อครั้งเป็นนักศึกษา จึงทำให้ท่านเกิดความคิดที่จะอัญเชิญพระเจ้าล้านตื้อขึ้นมาจากแม่น้ำโขง

วันหนึ่งในราวต้นปี พ.ศ.๒๔๘๘ พ่อก้อนแก้ว สุ่มใจยา ไปหาปลาที่แม่น้ำโขง บริเวณเหนือเกาะดอนแห้ง พ่อก้อนแก้วได้เหวี่ยงแหลงไป แล้วแหไปเกี่ยวกับวัตถุใต้น้ำ ทำให้ดึงแหไม่ขึ้น ท่านจึงดำลงไปงมเพื่อที่จะปลดแห ปรากฏว่าแหได้เกี่ยวกับเศียรพระพุทธรูปขนาดใหญ่ใต้น้ำ พ่อก้อนแก้วบอกว่าท่านยืนบนอังสาของพระพุทธรูปแล้วเขย่งเท้าจึงจะสามารถแตะปลายติ่งพระกรรณของพระพุทธรูปองค์นั้น พ่อก้อนแก้วสูงประมาณ ๑๗๐ เซนติเมตร ทำให้ทราบว่าพระพุทธรูปองค์นี้ใหญ่มาก ประมาณจากสัดส่วนพระพุทธรูปองค์นี้ จะมีหน้าตักกว้างราว ๑๑ - ๑๒ เมตร

พ่อของยายที่ชาวเชียงแสนเรียกว่า “ เพียสมบูรณ์ หรือพ่อพระยาสมบูรณ์ “ ทราบเรื่องจึงคิดที่จะอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นมาจากแม่น้ำโขง ด้วยความศรัทธาในพระเจ้าล้านตื้อ ศรัทธาในชาวเมืองเชียงแสน ที่สามารถสร้างพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่เพียงนี้ อยากกราบไหว้ ชื่นชมเป็นขวัญตา และเพื่อให้เป็นศูนย์รวมของชาวพุทธทั้งสองฝั่งโขง มิได้คิดที่จะลบหลู่แต่ประการใด ตำแหน่งที่พบและขนาดของพระพุทธรูป ตามที่พ่อก้อนแก้วบอกเล่า ท่านบอกยายว่า พระพุทธรูปองค์นี้แหละคือ “ พระเจ้าล้านตื้อ “ ล้านตื้อคือหน่วยนับจำนวนโบราณของล้านนา มีค่าเท่ากับสิบล้านล้านในปัจจุบัน

หลังจากเสร็จสงครามเชียงตุง ประเทศพม่าราวปี พ.ศ. ๒๔๘๘ พ่อของยายจึงรวบรวมสมัครพรรคพวก มีผู้พันเกษม ผู้บังคับการทหารม้าที่ ๒ สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๘๕ – ๒๔๘๘) ขณะนั้นกองร้อยนี้ตั้งฐานอยู่ที่บริเวณโรงเรียนบ้านห้วยเกี๋ยง และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ อำเภอเชียงแสนในปัจจุบัน ท่านได้นำทหารในบังคับบัญชาทั้งกองร้อยเข้าร่วมกับพ่อของยาย เพื่อที่จะอัญเชิญพระเจ้าล้านตื้อ
เพียสมบูรณ์ พ่อของยาย และคณะพร้อมด้วยทหารประมาณกว่าร้อยนาย ลงเรือไปยังเกาะดอนแห้ง แล้วจัดพิธีบวงสรวง สร้างศาลเพียงตาที่เกาะดอนแห้งเพื่ออัญเชิญพระเจ้าล้านตื้อ

ทันทีที่พิธีเริ่มขึ้น ก็เกิดพายุอย่างรุนแรง เศษหินและทรายปลิวว่อน ทั่วทั้งบริเวณ พ่อของยายและคณะรวมทั้งทหารจึงต้องรีบลงเรือกลับฝั่ง แต่พ่อของยายยังไม่ละความพยายามที่จะอัญเชิญพระเจ้าล้านตื้อขึ้นมาจากแม่น้ำโขงอีก

หลังจากนั้นเจ็ดวัน ท่านได้จัดเตรียมพิธีบวงสรวงเพื่ออัญเชิญพระเจ้าล้านตื้ออีกครั้ง โดยมีคณะพร้อมทั้งทหารชุดเดิม ลงเรือไปร่วมพิธี ในครั้งนี้ได้นำเชือกหวาย และเชือกมะนิลายาวประมาณเส้นละหนึ่งร้อยเมตรไปด้วย พ่อของยายเป็นผู้ประกอบพิธีเอง พิธีที่ว่านี้เรียกว่า”พิธีคนสวาทน้ำ” คือจัดคนเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มละ ๕ - ๖ คน กลุ่มแรก ให้มีหน้าที่ดำน้ำสำรวจโดยนำเชือกหวายและเชือกมะนิลาที่เตรียมมาไว้ใช้สำหรับผูกองค์พระเพื่อฉุดลาก กลุ่มหลัง มีหน้าที่เฝ้ารักษาเปลวเทียนที่จุดเท่าจำนวนคนที่ดำน้ำและต้องไม่ให้เทียนดับ เพื่อรักษาลมหายใจของคนที่ดำน้ำ

เมื่อเริ่มพิธีกลุ่มคนดำน้ำก็ดำลงไป พอเจอองค์พระก็โผล่ขึ้นมาเพื่อบอกตำแหน่งที่พบ นายทหารที่อยู่บนเกาะก็ส่งเชือกให้คนดำน้ำ เพื่อให้คนดำน้ำนำเชือกไปผูกองค์พระ ยังไม่ทันที่จะใช้เชือกผูกองค์พระ ก็เกิดพายุฝนกระหน่ำลงมาอย่างรุนแรง น้ำท่วมเกาะซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 54 ไร่ เพียงเวลาอึดใจ พ่อของยายจึงต้องพาคณะลงเรือกลับฝั่งอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่พ่อของยายทำพิธีอัญเชิญพระเจ้าล้านตื้อขึ้นจากแม่น้ำโขงแล้วไม่สำเร็จ ผู้คนในละแวกนั้น หรือแม้กระทั่งตัวของยายเอง ได้พบเห็นงูใหญ่ สีดำเมื่อม เกล็ดเลื่อม ลำตัวขนาดต้นมะพร้าว ความยาว ๖ – ๘ เมตร ตาสีเขียวเหลือบแดง มักโผล่มาเล่นน้ำ ที่หัวเกาะดอนแห้งแล้วเลื้อยไปทางทิศใต้ บางทีก็ขึ้นฝั่งที่ท่าทัพม่าน บริเวณที่ตั้งด่านศุลกากรในปัจจุบัน

ข่าวนี้เลื่องลือสะพัดไปทั่วเมือง ชาวเมืองเชียงแสนเกิดความกลัวไม่กล้าลงเล่นน้ำไปช่วงเวลาหนึ่ง โดย เฉพาะเมื่อตะวันลับฟ้าไปแล้ว ยิ่งเด็กๆ ก็ยิ่งไม่กล้าลงไปเล่นแม่น้ำโขงตามลำพัง ปกติในฤดูหนาวกับฤดูร้อน แม่น้ำโขงจะไม่ขุ่น แต่ถ้าปีไหนที่น้ำในแม่น้ำโขงขุ่นตลอดปี ผู้ใหญ่มักเตือนห้ามไม่ให้เด็กๆ ลงไปเล่นน้ำกันตามลำพัง เพราะมีความเชื่อว่า แม่น้ำโขงจะกินคน ประกอบกับมักมีอุบัติเหตุทางน้ำทำให้คนเสียชีวิต จึงเป็นการตอกย้ำความเชื่อดังกล่าว ให้ระลึกว่าเหตุการณ์ที่เล่าขานนั้นเป็นจริง

พญานาค… หรืองูใหญ่ มีรูปลักษณะคล้ายงู ตาโปนสีเขียวเหลือบแดง เกล็ดสีเขียวเหลือบดำ ผิวมันเลื่อม มีกลิ่นกายเหม็นคาวมาก บางตัวมีรูจมูกเรียงกันเหนือริมฝีปาก ๓ รู บางตัวมีถึง ๖ รู ชาวบ้านไม่อาจระบุได้ว่าสิ่งที่ตนเองพบเห็นนั้นคืออะไรกันแน่ เพราะลักษณะไม่อาจเทียบเคียงกับสัตว์ที่ตนเองพบเห็นในโลกปัจจุบัน แต่มันสามารถสั่นคลอนความกล้าหาญของผู้คนลงไปได้อย่างไม่มีเหตุผล

เรื่องราวเหล่านี้พ่อพระยาสมบูรณ์ได้เล่าให้ลูกหลานของท่านฟังทุกคน ลูกหลานของพ่อพระยาสมบูรณ์ทราบและเข้าใจในความตั้งใจของท่านดี เมื่อพ่อพระยาสมบูรณ์สิ้นบุญ หลานชายพ่อพระยา ฯ จำนวน ๙ คน ได้อุปสมบท ณ วัดพระธาตุจอมกิตติ ซึ่งมีพระครูวิกรมสมาธิคุณ เป็นเจ้าอาวาส หลังการอุปสมบท ก็ได้ปรึกษากับญาติ และพระผู้ใหญ่ คือหลวงพ่อแม้น ขณะนั้นจำพรรษาอยู่ที่วัดพระธาตุจอมกิตติ ต่อมาท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดสันธาตุ ตำบลโยนก อำเภอเชียงแสน โดยปรึกษากันคิดที่จะสร้างพระพุทธรูปปูนปั้น ให้มี รูปร่างลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับพระเจ้าล้านตื้อ ในที่ประชุมได้ตกลงขอสร้างพระพุทธรูปที่บริเวณบ่อน้ำทิพย์ วัดพระธาตุจอมกิตติ เมื่อขออนุญาตพระครูวิกรมสมาธิคุณ เจ้าอาวาส ท่านก็อนุญาต เมื่อสร้างเสร็จ ลูกหลานพ่อพระยาสมบูรณ์จึงร่วมกันถวายชื่อองค์พระพุทธรูปองค์นี้ว่า “ พระเจ้าล้านตื้อ “ เพื่อเป็นพุทธบูชา และทดแทนพระคุณแผ่นดินทั้งในฐานะที่เป็นลูกหลานของพ่อพระยาสมบูรณ์

นอกจากนั้นยายยังเล่าว่า ได้ทำพิธีอัญเชิญหัวใจพระเจ้าล้านตื้อในแม่น้ำโขงมาประดิษฐานไว้ในพระเจ้าล้านตื้อองค์ใหม่ ด้วยความศรัทธาในพระเจ้าล้านตื้อ ตามรอยศรัทธาของพ่อพระยาสมบูรณ์

ปัจจุบันเกาะดอนแห้งได้หายไปจากลำน้ำโขง เนื่องจากกฎของธรรมชาติ กฎของกาลเวลา และกฎของอนิจจัง ความไม่เที่ยง คนรุ่นใหม่ไม่สามารถระบุได้ว่าหัวเกาะอยู่ที่ไหน ท้ายเกาะอยู่ที่ใด ความเชื่อและความศรัทธาก็อาจถูกลบเลือนไปเหมือนเกาะดอนแห้ง ทั้งนี้มิได้รวมถึงลูกหลานของพ่อพระยาสมบูรณ

เมื่อมีผู้เฒ่าผู้นี้มาเล่าขาน เราสามารถทำอะไรได้บ้าง หรือพระเจ้าล้านตื้อจะเหลือเป็นแค่เพียงตำนานที่นับวันจะถูกลบเลือนไปกับกาลเวลา

กล่อม*ในที่นี้หมายถึงขมุหรือกำมุ
ขอขอบคุณ...คุณยายมณีจันทร์ พงษ์สวรรค์ และลูกหลานพ่อพระยาสมบูรณ์ทุกท่าน


ขอบคุณ
ผู้เขียนมิตาพร
ที่มาจาก  http://www.bp.or.th/webboard/index.php?topic=15868
IP : บันทึกการเข้า

@เชียงแสน
สมาชิกลงทะเบียน
ระดับ ป.ตรี
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,362


..ทุกลมหายใจคือการเปลี่ยนแปลง..


« ตอบ #3 เมื่อ: วันที่ 02 พฤษภาคม 2012, 20:09:43 »

...ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีครับผม...

...มีโอกาสเห็นแค่เปลวรัศมี...องค์ท่านน่าจะใหญ่โตมาก...

IP : บันทึกการเข้า
ap.41
ตอบแทนคุณแผ่นดิน
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,880


ไม่มีเทพไม่มีโปร..มีแต่เราที่จะก้าวไปพร้อมกัน...


« ตอบ #4 เมื่อ: วันที่ 02 พฤษภาคม 2012, 21:00:52 »

...ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีครับผม...

...มีโอกาสเห็นแค่เปลวรัศมี...องค์ท่านน่าจะใหญ่โตมาก...

เคยเห็นเหมือนกันหลายปีก่อนครับ อยุ่บนกระบะรถเหมือนกำลังเคลื่อนย้ายไปเก็บ ถ้าจำไม่ผิดนะครับ หลายปีมากแล้ว
IP : บันทึกการเข้า

@เชียงแสน
สมาชิกลงทะเบียน
ระดับ ป.ตรี
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,362


..ทุกลมหายใจคือการเปลี่ยนแปลง..


« ตอบ #5 เมื่อ: วันที่ 02 พฤษภาคม 2012, 21:11:20 »

...เห็นว่าอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเชียงแสนนะครับ ไม่เคยไปซักที...

...หากท่านมีโอกาสไปเก็บภาพสวย ๆ มาฝากด้วยนะครับผม...

...กลับบ้านบ่อยอยู่ครับ แต่ว่าไม่ได้ผ่านทางนั้น...
IP : บันทึกการเข้า
ap.41
ตอบแทนคุณแผ่นดิน
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,880


ไม่มีเทพไม่มีโปร..มีแต่เราที่จะก้าวไปพร้อมกัน...


« ตอบ #6 เมื่อ: วันที่ 02 พฤษภาคม 2012, 21:20:10 »

...เห็นว่าอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเชียงแสนนะครับ ไม่เคยไปซักที...

...หากท่านมีโอกาสไปเก็บภาพสวย ๆ มาฝากด้วยนะครับผม...

...กลับบ้านบ่อยอยู่ครับ แต่ว่าไม่ได้ผ่านทางนั้น...
ครับเก็บอยู่ที่นั่นแต่ไม่สามารถถ่ายภาพได้ครับ
IP : บันทึกการเข้า

หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
เรื่องที่น่าสนใจ
 

ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!