เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2021, 18:18:42
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ธุรกิจบริการ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : https://forums.chiangraifocus.com/index.php?topic=1025412.0

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  ศาสนา กิจกรรมทางวัด (ผู้ดูแล: ap.41, ลุงหนาน)
| | |-+  ความเข้าใจ "ฌาน"
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน ความเข้าใจ "ฌาน"  (อ่าน 222 ครั้ง)
prommasit
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26


« เมื่อ: วันที่ 14 กันยายน 2020, 19:18:53 »

ความเข้าใจ "ฌาน"

    ฌาน (absorption) แปลว่า การเพ่ง องค์แห่งปฐมฌาน มี ๕ ดังนี้

    วิตก คือ คิดอารมณ์ คิดเพ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คิดสิ่งใดก็ได้ หรือกังวล (Vitakka; Initial application; Thought conception; thought)

    วิจาร คือ เคล้าคลึงอารมณ์ นำสิ่งที่เรากังวล นำอารมณ์ที่วิตกนั้นมาวิเคราะห์ พิจารณา (Vicara; Sustained application; Discursive thinking; deliberation)

    ปิติ คือ ดีใจ หมายความว่า สรุปว่าสิ่งที่มาวิเคราะห์นั้นสรุปได้หรือยังไม่สรุป  ถ้าเกิดปิติก็จะสรุปได้  (Piti; joy; rapture; delight; zest; interest)

    สุข คือ สรุปว่าดี พึงพอใจแล้ว (Sukha; 1.happiness; ease; joy; comfort; pleasure, 2.physical or bodily happiness or ease)

    เอกกัคตา คือ สรุปแน่นอน และดำรงอารมณ์อยู่ ณ จุดนั้น (Ekaggata; one-pointedness (of mind); mental one-pointedness; concentration)

    ฉะนั้น เราไม่จำเป็นต้องไปนั่งสมาธิก็ได้ฌานได้ คิดสิ่งใดให้ครบองค์ประกอบก็ได้ฌานแล้ว ถ้าหากเป็น ฌานที่ ๒ จะไม่มีวิตกและวิจาร หมายถึง เราสรุปแล้ว แต่ยังคงดำรงอยู่ให้เป็นสุข เราสรุปว่าสุขแล้ว ก็ให้เราดำรงว่าสุขอยู่

    ถ้าเราไม่สามารถจะดำรงสุขตรงนั้นก็จะต้องตกจากฌาน ๑ มาเริ่มต้น วิตก วิจาร ใหม่

    ถ้าเราจับพวงมาลัยรถ เราสามารถดำรงความคิดพวงมาลัยตลอดได้ แต่จะเป็นขั้นๆ ขั้น ๑ ขั้น ๒ ขั้น ๓ ขั้น ๔ แต่สุดท้ายเราก็ต้องหลุดออกจากฌาน พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าไม่ใช่วิธีที่แก้ทุกข์ที่แท้จริง คือรู้แต่ของ แต่ไม่รู้เป็นอะไร แก้ทุกข์ไม่ได้ พระพุทธเจ้าจึงดึงออกมา ดึงออกมาอย่าให้ไปถึงที่สุดแล้วนิ่งไว้ ให้ดึงออกมาเข้าสู่ตัวที่ ๓ แล้วให้เข้าสู่ตัววิปัสสนา ให้นำมาคิดว่าเป็นอะไร เอากำลังสมาธิตรงนี้ไปคิดต่อ ไปวิจัยต่อว่าเป็นเพราะอะไร ด้วยอริยสัจ ๔ วิปัสสนาจึงเป็นเช่นนี้ ดึงออกมาวิเคราะห์วิจารณ์ว่ามันคืออะไร เกิดขึ้นมาได้อย่างไรใช้หลักของอริยสัจ ๔ เอาการกระทำของเรามาคิดวิเคราะห์ โดยใช้กำลังของฌาน

    เหมือนกับการต่อจิ๊กซอว์ (Jigsaw) ถ้าสมาธิไม่ดีเราก็ต่อไม่ได้ เหมือนกับร้อยเข็ม เราต้องอาศัยตัวสมาธิ ถ้าไม่มีสมาธิเราร้อยเข็มไม่ได้ คือเอาพลังความต่อเนื่องของฌานมาใช้ตัววิจาร นี่แหละคือ "ญาณ" (Nana; knowledge; real knowledge; wisdom; insight) ญาณก็จะไปเข้าใจว่าตรงนี้ทุกข์เพราะอะไร เกิดเพราะอะไร ฯลฯ นี่แหละคือวิปัสสนา แล้ววิปัสสนาไปคิดอะไร ไปคิดฐานแห่งกรรม กรรมตัวนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นอย่างไร แก้ไขยังไง

    เราได้ฌานก็คือได้กำลัง แล้วเราจะเอากำลังนี้ไปใช้กับอะไร บางคนมีกำลังแต่ไปดำรงไว้เฉยๆ คือได้แต่ฌาน

^_^  ..._/_...  ^_^
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา

#อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต



* ความเข้าใจ ฌาน.jpg (625.69 KB, 2481x3508 - ดู 23 ครั้ง.)

* ความเข้าใจ ฌาน2.jpg (669.41 KB, 2481x3508 - ดู 23 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
เรื่องที่น่าสนใจ
 

ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!