เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 17 มิถุนายน 2024, 18:31:00
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ธุรกิจบริการ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : https://forums.chiangraifocus.com/index.php?topic=1025412.0

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  บอร์ดกลุ่มชมรม
| |-+  ชมรมคนรักรถ
| | |-+  ยางรถยนต์มีอายุกี่ปีนับจากวันผลิต
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน ยางรถยนต์มีอายุกี่ปีนับจากวันผลิต  (อ่าน 3253 ครั้ง)
smanpruksa
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


« เมื่อ: วันที่ 20 กรกฎาคม 2023, 13:35:30 »

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน สิ่งที่ผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคนควรให้ความสำคัญเป็นอันแรกคือการรักษาสภาพของยางรถยนต์ให้ปลอดภัยพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ด้วยการหมั่นตรวจเช็กสภาพล้อยางและดอกยางไม่ให้เสื่อมสภาพ รวมถึงหมั่นตรวจเช็กลมยางตามประเภทของลมที่เติมอย่างสม่ำเสมอ (จะเลือกเติมอะไรดี?! ระหว่างลมไนโตรเจนหรือลมปกติ https://www.smk.co.th/newsdetail/1610) แต่อีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญคือวันหมดอายุของยาง แล้วยางรถยนต์ที่ใช้งานอยู่ควรมีอายุกี่ปีนับจากวันผลิต
 
วิธีดูปีที่ผลิตยาง

สำหรับยางที่ถูกผลิตหลังปี 2000 สามารถดูอายุยางได้จาก “วันที่ผลิตยาง” ตรงแก้มยางด้านนอก ตัวเลขนี้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะบอกสัปดาห์และปีที่ผลิตด้วยรหัส 4 ตัว (WWYY) โดยให้มองไปตามแก้มยางในทิศทางตามเข็มนาฬิกา จะพบชุดอักษรและตัวเลขอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม ซึ่งก็คือเลขรหัส 4 ตัวที่ระบุช่วงเวลาผลิตยาง โดยตัวเลข 2 ตัวแรกหมายถึงสัปดาห์ที่ผลิตยาง และตัวเลข 2 ตัวหลังหมายถึง ปีคริสตศักราชหรือเรียกย่อว่า ค.ศ. และจะเปลี่ยนไปตามล็อตการผลิตของแต่ละบริษัท

นอกจากนี้ ตัวเลขอื่นๆ บนขอบยางหรือแก้มยาง จะเป็นตัวบอกขนาดของยาง เส้นผ่าศูนย์กลาง และประเภทของยาง เป็นต้น ตัวอย่างเช่น 235/40 R 18 มีวิธีการอ่าน และความหมายดังนี้

•   235 : บอกความกว้าง หรือ ขนาดของหน้ายาง โดยมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร
•   40 : บอกซีรีส์ยาง และ ความสูงของแก้มยาง โดยมีหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ เทียบกับความกว้างของหน้ายาง เช่น 40% ของ 235
•   R : ตัวย่อประเภทของยาง ในที่นี้หมายถึงยางประเภทเรเดียลหรือยางที่ไม่ใช้ยางใน
•   18 : เส้นผ่าศูนย์กลางของวงล้อ ที่ไว้ใส่กับกระทะล้อ โดยมีหน่วยเป็นนิ้ว มักเรียกกันว่า ขอบ 18 นิ้ว
 
ยางรถมีอายุการใช้งานกี่ปี

ยางรถยนต์ ถูกสร้างขึ้นมาจากวัสดุอินทรีย์ที่มาจากธรรมชาติจำนวนมาก ซึ่งสารประกอบต่าง ๆ ในยางรถก็จะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาเช่นเดียวกับวัสดุอินทรีย์อื่น ๆ สำหรับวิธีดูยางรถยนต์หมดอายุ หากมีการเก็บรักษายางอย่างเหมาะสม ยางก็จะมีอายุการเก็บรักษาในที่เก็บโดยเฉลี่ยเป็นเวลา 5 ปี โดยยังสามารถซื้อมาใช้ได้ แม้ว่าจะถูกผลิตจากโรงงานมาหลายเดือนแล้วก็ตาม

ยางใหม่จะมีอายุการใช้งานโดยประมาณ 40,000 กิโลเมตร ปัจจุบันในประเทศไทยจะมีคำแนะนำการเปลี่ยนยางเมื่อเดินทางได้ 50,000 กิโลเมตร หรือมีอายุการใช้งานทุก ๆ 3.5 ปี ซึ่งอยู่ในเกณฑ์กำลังดี เพราะยังต่ำกว่าอายุยางสูงสุดที่แนะนำคือ 10 ปี แต่หากยางใหม่ถูกเก็บรักษาไม่ถูกวิธี และไปสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ยางจะเสื่อมสภาพไวขึ้น ส่งผลให้ยางเสียสภาพและแตกร้าวได้ และทำให้อายุการใช้งานของยางสั้นลงด้วย
 
ยางหมดอายุสังเกตอย่างไร?

ยางรถยนต์ส่วนใหญ่จะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 4-5 ปี (นับตั้งแต่เริ่มใช้งาน) หรือ 50,000-80,000 กิโลเมตรขึ้นไป แต่หากเป็นรถยนต์ที่ไม่ค่อยได้ขับ ยางไม่ค่อยได้ถูกการใช้งาน ก็อาจจะสามารถยืดอายุการใช้งานไปได้อีก 4-5 ปีเลยทีเดียว วิธีการสังเกตว่ายางหมดอายุหรือไม่พร้อมใช้งานในเบื้องต้น สามารถดูได้ดังนี้

1.   ไหล่ยางและแก้มยางรถมีรอยปริแตกหรือไม่ หากมี ถือเป็นสัญญาณเตือนให้คุณต้องเปลี่ยนยางได้เเล้วครับ เพื่อป้องกันการระเบิดของยางที่จะเกิดขึ้น
2.   ร่องรีดน้ำบนดอกยาง ควรมีความลึกอยู่ที่ 6-8 มิลลิเมตร หากวัดแล้วมีความลึกต่ำกว่า 2 มิลลิเมตร เตรียมตัวเปลี่ยนยางเพื่อความปลอดภัยได้เลยครับ
3.   เนื้อยางของดอกยางและไหล่ยางเริ่มแข็งจนเกิดเสียงดังขณะเข้าโค้งหรือเหยียบเบรก หากมีเสียงดังกล่าว ก็เป็นอีก 1 สัญญาณเตือนให้คุณรู้ว่ายางอาจจะเริ่มหมดอายุ
4.   หน้ายาง ไหล่ยางและแก้มยางมีรูปลักษณ์ หรือดูแล้วบวมปูดผิดรูปหรือไม่
5.   ขณะขับขี่บนผิวถนนเรียบมีอาการรถส่ายหรือไม่และมีอาการกระแทกกระเทือนมากกว่าปกติบนผิวถนนขรุขระและไม่เกาะถนน อาการดังกล่าว เกิดจากดอกยางสึกหรอหรือกินไม่เท่ากัน เป็นอีกสัญญาณของยางที่กำลังจะหมดอายุ
 
จัดเก็บยางอย่างไรให้ถูกต้อง

ยางรถยนต์เป็นอะไหล่ที่ต้องมีติดรถ ซึ่งยางที่ซื้อเป็นแค่ยางอะไหล่แต่ก็ควรจัดเก็บให้ถูกต้อง ควรตั้งยางเป็นแนวตั้ง เพื่อไม่ให้ยางเสียทรง และหากตั้งยางบนพื้น ควรหมั่นมาหมุนยางเพื่อเปลี่ยนจุดสัมผัสพื้นเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ยางด้านใดด้านหนึ่งรับน้ำหนักมากจนเกินไป

ใช้งานยางอย่างไรให้ปลอดภัย

หลังจากเปลี่ยนยางครบทั้ง 4 ล้อแล้ว ควรให้ความสำคัญกับการใช้งานยางที่เหมาะสม เพื่อให้ยางใช้งานได้นานขึ้น

•   เติมลมยางอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้ยางแบน เพราะลมยางที่อ่อนจะทำให้การรีดน้ำของยางทำได้ไม่ดี ส่งผลให้ยางยุบตัวและเคลื่อนตัวได้ช้า
•   หลีกเลี่ยงทางขรุขระ เนื่องจากเส้นทางขรุขระที่เต็มไปด้วยหินกรวด ของมีคมต่าง ๆ มีโอกาสทำให้ยางรั่ว และต้องเปลี่ยนยางก่อนเวลาอันควร หากเลี่ยงทางขรุขระได้ควรเลี่ยง
•   หมั่นตรวจสภาพยางรถยนต์เป็นประจำ จะช่วยให้เห็นปัญหาของยางได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เปลี่ยนยางได้อย่างทันท่วงที
 
ก่อนใช้งานรถยนต์ทุกครั้ง ควรตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ช่วยดูแลรถคุณให้ปลอดภัยได้มากขึ้น ด้วยประกันรถยนต์ตามโปรไฟล์ "การันตีถูกจริง" ประกันรถยนต์ชั้น 1 ..โปรไฟล์ยิ่งดี ความเสี่ยงยิ่งต่ำ เบี้ยยิ่งถูก.. โปรไฟล์คุณอาจดีกว่าที่คุณคิด เบี้ยเริ่มต้น 6,999 บาท และยังถูกลงได้อีก หากเลือกแบบมีดีดัก และระบุชื่อผู้ขับขี่ (ลดสูงสุดเหลือเพียง 3,999 บาท) เช็กโปรไฟล์ของคุณได้ที่นี่ https://smkall.smk.co.th หรือ สนใจรายละเอียด คลิก https://www.smk.co.th/productmotordetail/20 หรือ โทร. 1596 ตลอด 24 ชั่วโมง Line : smkinsurance และสามารถติดตามเนื้อหาสาระดีๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://smkinsurance.blogspot.com
IP : บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
เรื่องที่น่าสนใจ
 

ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!