เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 19 มกราคม 2022, 17:45:00
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ธุรกิจบริการ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : https://forums.chiangraifocus.com/index.php?topic=1025412.0

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลท่องเที่ยว-โพสรูป
| |-+  ห้องโพสรูป-ภาพประทับใจ (ผู้ดูแล: ap.41)
| | |-+  ~เก็บตกด้วยคนครับ14-3-53 ~ นครโบราณ สุวรรณโคมคำ
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 [2] 3 พิมพ์
ผู้เขียน ~เก็บตกด้วยคนครับ14-3-53 ~ นครโบราณ สุวรรณโคมคำ  (อ่าน 6658 ครั้ง)
xman
เชียงรายเลิฟโฟโต้ดอทคอม
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,699


เชียงรายเลิฟโฟโต้ดอทคอม


« ตอบ #20 เมื่อ: วันที่ 15 มีนาคม 2010, 17:20:49 »

ทุกสภาพ ทุกบรรยากาศ ทุกอารมณ์ ทุกอย่างชั่งลงตัวดีจริงๆ...สวยงามมากครับ  ยิ้มเท่ห์
IP : บันทึกการเข้า
ap.41
ตอบแทนคุณแผ่นดิน
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,875


ไม่มีเทพไม่มีโปร..มีแต่เราที่จะก้าวไปพร้อมกัน...


« ตอบ #21 เมื่อ: วันที่ 15 มีนาคม 2010, 17:23:47 »

 สุวรรณโคมคำ   
 
โบราณสถานแห่งชาติลาว
       ไม่ว่าท่านจะเป็นนักค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือ เป็นนักศึกษาศาสตร์ หาความรู้ก็ดี ไม่ว่าท่านจะเป็นนักขีดนักเขียน นักข่าวที่อยากมีหัวข้อเขียนพิสดารและจับใจ หรือ เป็นนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จะแสวงหาความรู้ ความตระการตาของทิวทัศน์ธรรมชาติ ความหลากหลายของสีสัน เผ่าพันธุ์ จารีตประเพณี หรือ แม้กระทั่งจะแสวงหาการผักผ่อน บำรุงร่างกายก็ดี หนึ่งในจำนวนสถานที่ ที่มีทั้งร่องรอยปูชนียสถานทางประวัติศาสตร์ มีทั้งความหลากหลายของเผ่าพันธุ์ และธรรมชาติที่หายากนั้น นั่นก็คือ อดีตเมืองสุวรรณโคมคำ ซึ่งต่อมากลายมาเป็นนครเชียงลาว นครเงินยาง หรือ นครเชียงแสน (เก่า) อยู่บริเวณเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว เขตหัวของ หรือ บริเวณที่เรียกว่าเขตสามเหลี่ยมทองคำทางฝั่งลาวเรานั่นเอง

         สถานที่ดังกล่าวนั้น ตั้งอยู่ในเขตที่เป็นอดีตเกาะเขินซึ่งได้หายสาบสูญไปแล้วภายหลังที่น้ำโขงได้เปลี่ยนทางเดินน้ำ คงยังเหลือแต่ร่องรอยอย่างหนึ่งของเมืองเป็นบึงโค้งยาวประมาณ 3 กิโลเมตร เรียกว่า หนองวังคำ

เมื่อพวกเราล่องเรือลงไปตามแม่น้ำโขงจากเมืองต้นผึ้งไปถึงท่าต่อง ซึ่งอยู่คนละฟากกับเมืองเชียงแสนใหม่ทางฝั่งไทยในปัจจุบัน หรือพวกเราไปทางบกทางตะวันออกประมาณ 5 กิโลเมตร พวกเราก็จะถึงสถานที่ที่เป็นใจกลางของเมืองร้างดังกล่าว คือ เขตบ้านดอนทาด และ บ้านร่มเย็น ซึ่งจะมีพระพุทธรูปปางสมาธิองค์มหึมาตั้งอยู่ที่นั่น

      ที่ตั้งของเมืองต้นผึ้ง หรือ เมืองสุวรรณโคมคำร้างนั้นยังเป็นสุดเขตตะวันตกของประเทศลาว คือ ห่างจากเมืองห้วยทรายไปทางทิศตะวันตกประมาณ 40 กิโลเมตรทางอากาศ หรือ ทางน้ำ 60 กิโลเมตร และห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 375 กิโลเมตรทางอากาศ

       เป็นโบราณสถานบรรจุร่องรอยทางประวัติศาสตร์แห่งโบราณนครเก่าแก่ เรียกว่า “นครสุวรรณโคมคำ” ซึ่งต่อมากลายมาเป็น นาคะนคร หรือ นครเชียงลาว นครเงินยวง (เงินยาง) หิรัญนคร แล้วก็ นครเชียงแสน (เก่า) จากการสำรวจเบื้องต้นในสถานที่ประมาณ 10,000 เฮคเตอร์ พบว่า มี โบราณสถาน 44 แห่ง และ สร้างโดยการก่ออิฐถือปูน ได้แก่ พระอุโบสถ พระธาตุ พระพุทธรูป บ่อน้ำ และ สถานที่อื่น ๆ สิ่งที่ยังคงความงดงาม และ ความสง่าตระการที่ยังเหลือให้เห็น รอดพ้นจากฝีโจรปล้นสมบัติทั้งลาวและไทยสมัยก่อน ก็ได้แก่ พระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างโดยการก่ออิฐถือปูน เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ซึ่งมีความกว้างหน้าตัก 7.10 เมตร ความสูง 7.22 เมตร (ไม่รวมยอดเกศ) บ่าแต่ละข้าง 1.10 เมตร ด้านข้างตั้งแต่สะโพกถึงเข่า 3.60 เมตร นับว่าพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของประเทศลาว และ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากขนาดของพระพุทธรูปองค์นี้ ก็พอจะสันนิษฐานได้ว่า พระพุทธรูปองค์นี้คือพระพุทธรูปประจำวัดของพระราชวัง แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ปัจจุบันคงเหลือแต่ร่างองค์พระพุทธรูป ส่วนพระหัตถ์ พระเกศ พระนาภี และ ฐานพระ ถูกโจรขุดเจาะเอาของมีค่าไปหมด

         นอกจากพระพุทธรูปองค์นี้แล้ว ยังมีอีกองค์ที่ใหญ่เกือบเท่ากัน แต่พังทลายไปเนื่องจากการกัดเซาะของน้ำ นั่นก็คือพระล้านตื้อ หรือ พระรัศมีทองสำริด ที่จมอยู่ใต้แม่น้ำโขงที่ดอนแห้งของฝั่งลาว ยังคงเหลือแต่พระเจดีย์หลายองค์ให้เห็น แต่น่าเสียดายที่ถูกทำลายจากการขุดเจาะเพื่อเอาของมีค่า ยังคงเหลือบางองค์เท่านั้นที่ตั้งเด่นให้เห็น

       ปูชนียสถานที่ยังคงหลงเหลืออยู่นี้ สามารถสันนิษฐานได้ว่า ส่วนใหญ่ มาจากยุคของนครเชียงแสน ในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ซึ่งพระองค์ได้ทรงรับสั่งให้สถาปนาบูรณะให้เป็นนครที่สวยสดงดงามบนสองฝั่งแม่น้ำโขง โดยมีศูนย์กลางของเมืองอยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ซึ่งคือที่เมืองต้นผึ้งนั่นเอง นครดังกล่าวถูกทำลายจากการรุกรานของกองทัพพม่า ในรัชกาลของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชนั้นเช่นกัน อันเป็นสาเหตุให้ดินแดนล้านนาถูกยึด และถูกแยกออกจากดินแดนล้านช้างในเวลาต่อมา ต่อจากแนวเขาเล็กๆ ตั้งทางด้านตะวันตกของนครร้างที่ทอดยาวจากทางเหนือไปทางใต้นั้น สังเกตเห็นมีคูเมือง ลึกและกว้างประมาณ 10 กว้างเมตร ทอดยาวจนถึงฝั่งแม่น้ำโขง มีคันคูสูงเลียบทางฝั่งตะวันออกของคูเมือง ซึ่งก็คือทางตะวันตกของตัวนครนั่นเอง จึงเข้าใจได้ว่า นั่นเป็นแนวคูสู้รบและกำแพงป้องกันกองทัพของข้าศึก


 ประวัติความเป็นมาของเมืองสุวรรณโคมคำ กว่าจะมาถึงนครเชียงแสน

      ตำนานของนครโยนก ก็คือตำนานลี่ผีของเจ้าคำหมั้นวงกดรัตนะได้กล่าวไว้ มีข้อความดังนี้ :
พระเจ้าสิริวงสา กษัตริย์ของนครโพธิสารหลวง (นครโคตปูระ หรือ โคตบูร หรือ สีโคตรตะบอง เขตเมืองท่าแขกในปัจจุบัน) มีพระราชบุตร 2 พระองค์ องค์แรกมีพระนามว่า อินทรวงศา และ องค์น้องพระนามว่า ไอยกุมาร เมื่อพระบิดาสวรรคต ราชโอรสองค์โตก็ขึ้นครองราชย์สมบัติ และองค์รองเป็นมหาอุปราช พระยาอินรวงศามีพระโอรส ทรงพระนามว่า พระยาอินทปฐม และพระยาไอยกุมารมีพระธิดา ทรงพระนามว่า นางอูรสา และ พระโอรส พระธิดาทั้งสองพระองค์ได้อภิเษกสมรสกัน ครั้นพระยาอินทรวงศาสวรรคต พระยาอินทปฐมกุมาร ก็ขึ้นครองราชย์สมบัติแทน

     เมื่อนั้น พระยาไอยกุมาร ผู้เป็นอาและเป็นพ่อตา ได้สละตำแหน่งมหาอุปราช แล้วพาบริวารเดินเรือกลับขึ้นตามแม่น้ำโขง เป็นเวลา 3 เดือน จึงถึงเกาะเขิน ซึ่งตั้งอยู่ด้านซ้ายปากแม่น้ำกก ทางทิศตะวันตก พระยาไอยกุมาร จึงตัดสินใจตั้งราชนครที่เกาะเขิน อันประกอบด้วยครัวเรือนเบื้องต้น 3,000 ครัวเรือน
      ขณะนั้นข่าวดีก็ได้มาถึงพระองค์ว่า ราชธิดาของพระองค์ได้ให้ประสูติพระโอรส ที่มีเดชานุภาพตั้งแต่ประสูติ และต่อมาก็เกิดอภินิหารขึ้นหลายอย่างในราชสำนักนครโคตรปูระ (โคตรบูร) อันเป็นสาเหตุให้เสนาอามาตย์ และ ไพร่ฟ้า กลัวว่าจะเกิดภัยพิบัติทำให้บ้านเมืองล่มจมได้

      เมื่อเสนาอามาตย์เอาความขึ้นทูลถวายพระบิดาผู้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์เลยทรงรับสั่งให้เอาพระมเหสีและราชบุตรใส่แพลอยน้ำ ครั้นเมื่อพระเจ้าไอยกุมารทรงทราบเรื่องนี้ ก็เสียพระทัยเป็นยิ่งนัก จึงได้ทรงรับสั่งให้ไพร่ฟ้าราษฎรทำการบวงสรวงจุดธูปเทียน โคมไฟ และ ประทีป บูชาพญานาค ให้สว่างทั่วแม่น้ำโขงเป็นเวลา 7 วัน 7 คืนเพื่อขอให้พญานาคชูเอาเรือของพระธิดาและองค์กุมารน้อยไว้ไม่ไหลสู่ลงทะเล (ตามตำนานบอกว่า พญานาคได้สร้างลี่ผีขึ้น จึงปรากฏเป็นดอนขี้นาค เพื่อกั้นแม่น้ำโขง ทำให้แพองค์กุมารน้อยไหลขึ้นเหนือจนถึงเกาะเขิน) การที่บวงสรวงพญานาคโดยการจุดประทีป โคมไฟ ธูปเทียนบูชาไหลไปตามแม่น้ำโขงนี้เอง จึงก่อให้เกิดประเพณีการไหลเรือไฟของลาวครั้งแรก และ ปฏิบัติกันตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และด้วยเหตุผลเดียวกันนี้เอง ชุมชนใหม่ที่ตั้งขึ้นบนเกาะเขินนั้น จึงได้รับการขนานนามว่า เมืองสุวรรณโคมคำ ซึ่งได้มาจากพระนามขององค์กุมารน้อย ซึ่งมีพระนามว่า สุวรรณมุขทวาร และชื่อของพิธีจุดโคมบวงสรวงพญานาค ซึ่งเรียกว่า โคมคำ

        เมืองสุวรรณโคมคำนั้น ตั้งขึ้นในสมัยใด และเชื้อกษัตริย์เมืองโพธิสารหลวงนั้นเป็นชาติพันธุ์ใด ?
ตามตำนานของประเทศศรีลังกา ซึ่งท่านฟรังซิสการเย เขียนไว้ในหนังสือการสำรวจแม่น้ำโขงของท่าน ในศตวรรษที่ 19 กล่าวไว้ว่า เมืองสุวรรณโคมคำนั้นปรากฏตัวอยู่ในศตวรรษที่ 5 ของคริสตกาล และตามตำนานน้ำท่วมโลก ซึ่งได้กล่าวถึงพระยาศรีสัตนาคที่ครองเมืองหนองกระแสแสนย่าน ได้นำกำลัง 7 โกฏิ ( 7 พันล้าน) ยกลงมาตามแม่น้ำโขง และเป็นต้นกำเนิดของนาค 15 ตระกูล ในหลวงพระบาง และต่อมาชาวเมืองโพธิสารหลวง (ศรีโคตรตะบอง หรือ โคตรบูร) นั้นเป็นเชื้อขอม

      ตำนานยังบอกว่า เมืองสุวรรณโคมคำนั้น เติบโตอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น บ้านเรือนของไพร่พลก็มีถึง 100,000 หลัง

      ครั้งต่อมา เมืองสุวรรณโคมคำมีการประพฤติไม่ซื่อสัตย์ต่อพ่อค้า ซึ่งเป็นพวกนาคชาวหลวงพระบาง ทำให้เกิดการขัดแย้งกัน ชาวหลวงพระบางจึงได้ยกกำลังมาบุกทำลายเมืองสุวรรณโคมคำจนราบ ทำให้ชาวเมืองแตกตื่นอพยพไปทั่วสารทิศ เช่น หนีเข้าอุโมงค์ ไปศรีสัชนาลัย และหลวงพระบาง และได้นำประเพณีไหลเรือไฟไปปฏิบัติด้วย

       ต่อมายังมีเชื้อนาคตระกูลลาวจก คือ ลาวทางภาคเหนือของเชียงราย ได้มาสร้างนครสุวรรณโคมคำขึ้นอีกครั้ง ตามตำนานมีกำแพงเมืองรอบ 4 ด้าน และ แต่ละด้านยาว 3,000 วา ด้วยเหตุนี้ เมืองสุวรรณโคมคำที่สาบสูญไปแล้วจึงได้ชื่อเรียกใหม่ว่า เมืองนาเคนทรนคร หรือ นาคบุรี หรือ เมืองนาคพันทุสิงหนวัตนคร หรือ นครเชียงลาว เนื่องจากว่าชาวลาวภาคเหนือ (นาค) เป็นผู้สร้างขึ้น นอกจากชื่อต่าง ๆ นั้นแล้ว ในตำนานต่าง ๆ ของชาวลาวภาคเหนือ และมหากาพย์เรื่อง ท้าวฮุ่ง ท้าวเจือง ยังได้เรียกไว้อีกชื่อหนึ่งว่า นครเงินยาง หรือ เงินยวง ต่อมาเมื่อพระยาแสนภูได้มาครองเมืองดังกล่าวก็ได้อีกชื่อว่า เชียงแสน (เก่า)
ตระกูลลาวจกได้ครองนครเชียงลาว หรือ นาคบุรี หรือ นครเงินยาง มาตลอด 43 รัชสมัย จนมาถึงสมัยขุนเจือง กษัตริย์ลาวคนแรก ที่รวบรวมเผ่าต่าง ๆ ให้เป็นอาณาจักรเดียวกันอยู่ทางภาคเหนือ เมื่อ ค.ศ. 1096 ขุนเจืองได้ยกกองทัพพิชิตหลวงพระบาง เชียงขวาง และปะกัน (แคว้นแกวจี ของเวียตนาม) จากนั้นก็รวมเป็นอาณาจักรเดียวกัน โดยเฉพาะรวมตระกูลนาคและตระกูลขอมเข้าด้วยกัน พระองค์จึงถือได้ว่าเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งของเหล่าบรรดาเผ่าพันธุ์ต่างๆ ของชาติลาว อาณาจักรของขุนเจืองล่มสลายในรัชสมัยที่ 4 ของกษัตริย์หลวงพระบาง คือในสมัยรัชกาลของขุนกันฮาง ผู้ซึ่งเป็นเหลนโหลนของขุนเจือง หลังจากพ่ายแพ้ให้แก่กองทัพของขุนลอ ที่ยกทัพมาจากเมืองแถง ( ปัจจุบันคือ เดียนเบียนฟู ของเวียตนาม)

     เมืองสุวรรณโคมคำ อันเป็นชื่อแรกของนครโบราณแห่งนี้ นับว่าได้ผ่านการถูกทำลาย และ สร้างขึ้นใหม่หลายครั้งหลายหน และมีชื่อเรียกต่าง ๆ มากมาย ในที่สุดก็เหลือให้เห็นแต่ร่องรอยของเมืองร้างอันน่าสะเทือนใจ
ปัจจุบันนี้ทางแผนกวัฒนธรรม แขวงบ่อแก้ว และ กระทรวงแถลงข่าวและวัฒนธรรม ได้มีมาตรการอนุรักษ์และประกาศให้เป็นปูชนียสถานแห่งชาติ เป็นสถานที่อนุรักษ์และหวงห้าม เป็นอุทยานแห่งการศึกษาหาความรู้ แหล่งท่องเที่ยวและผักผ่อนหย่อนใจของนักค้นคว้า นักศึกษา นักอนุรักษ์นิยม และรักษาวัฒนธรรมอันหลากหลาย นั่นก็คือ ธรรมชาติที่สวยงามและปลอดโปร่ง

       ออกไปไม่ไกลจากปูชนียอุทยานแห่งนี้ มีสิ่งดึงดูดใจนักท่องเที่ยวที่มาที่แห่งนี้ คือ บ่อน้ำร้อนคุณภาพดี ต้นไม้ที่หายากหลายชนิด ร่องรอยอดีต สามเหลี่ยมทองคำ ถ้ำคูหา และวิถีชีวิตของชนเผ่าต่าง ๆ ที่หลากหลาย นอกจากนั้นที่พิเศษอีกอย่างคือ เมื่อถึงวันบุญออกพรรษา ก็จะได้ชมการไหลเรือไฟบูชาพญานาค ณ ที่ที่เป็นต้นกำเนิดของประเพณีนี้ และ เมื่อถึงฤดูดอกงิ้วบาน ก็จะได้ร่วมบุญดอกงิ้วอันสนุกสนานรื่นเริงหาที่ใดเปรียบได้เหมือน ข้อมูลจากhttp://www.discoverylaos.com/index.php?option=suwan-khom-kham
IP : บันทึกการเข้า

WEBMASTER
เจ้าสำนักใหญ่
Administrator
แฟนพันธ์แท้
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,430

บุคคลทั่วไป


« ตอบ #22 เมื่อ: วันที่ 15 มีนาคม 2010, 17:32:05 »

บังเอิญจังเลยนะครับท่าน ap41 ข้อมูลจาก
http://www.discoverylaos.com/index.php?option=suwan-khom-kham

เว็บนี้เป็นเว็บที่ผมทำเองครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม พอดีทำไว้นานแล้วจำไม่ได้ว่าข้อมูลสุวรรณโคมคำอยู่หน้าไหน ว่าจะเอามาลงเมื่อตอนเช้าครั้งหนึ่งแล้ว ข้อมูลอยู่ใน server เครื่องเดียวกันกับเชียงรายโฟกัสนี่แหละครับ
IP : บันทึกการเข้า

รับสมัครทีมงาน..ด่วน ตำแหน่ง Web Developer
http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=1088738.0

ติดตามบน Youtube  : https://goo.gl/T3uwHN
ap.41
ตอบแทนคุณแผ่นดิน
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,875


ไม่มีเทพไม่มีโปร..มีแต่เราที่จะก้าวไปพร้อมกัน...


« ตอบ #23 เมื่อ: วันที่ 15 มีนาคม 2010, 17:41:53 »

บังเอิญจังเลยนะครับท่าน ap41 ข้อมูลจาก
http://www.discoverylaos.com/index.php?option=suwan-khom-kham

เว็บนี้เป็นเว็บที่ผมทำเองครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม พอดีทำไว้นานแล้วจำไม่ได้ว่าข้อมูลสุวรรณโคมคำอยู่หน้าไหน ว่าจะเอามาลงเมื่อตอนเช้าครั้งหนึ่งแล้ว ข้อมูลอยู่ใน server เครื่องเดียวกันกับเชียงรายโฟกัสนี่แหละครับ
ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ;Dพึ่งรู้นะครับนี้เข้าไปหาข้อมูลบ่อยๆครับ
IP : บันทึกการเข้า

WH_Y
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,222



« ตอบ #24 เมื่อ: วันที่ 15 มีนาคม 2010, 20:28:00 »

ยังเหลือภาพอยู่อีก 1 กล้องเหมือนกันค่ะไว้จะเอามาแจมนะคะ ( คนนั่งข้างหน้าได้เปรียบค่ะ
เก็บทุกรายละเอียด ) ยังไม่มีเวลาทำรูปค่ะ คอมก็อืดเป็นเรือเกลือสงสัยจะต้องเอาไปลงวินโดวส์ใหม่แล้วมั้งคะนี่.. โกรธ
IP : บันทึกการเข้า
CR159
สมาชิกลงทะเบียน
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,085



« ตอบ #25 เมื่อ: วันที่ 15 มีนาคม 2010, 21:54:59 »

เหนทางวัดลาว
แล้วน่าเอา แต๋น ไป ดริฟท์.......
IP : บันทึกการเข้า

099-2424559 เขตเมืองเชียงราย แม่สาย แม่จัน เชียงแสน หรือไกลจากนั้น
แชทซาโนย่า กอยุ่ง~*-.
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,320


*..ปรับปรุงระบบ..*


« ตอบ #26 เมื่อ: วันที่ 15 มีนาคม 2010, 23:16:21 »

มันส์สุดๆ ก็ต๋อนอยู่บนรถคุณแต๋นนี้ล่ะค่ะ   ...สนุกมากๆ... ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
IP : บันทึกการเข้า

ஐ.¸¸.·´¯`¸¸.·•.¸¸.•´´¯`•(^)•♥ คนที่ด่าคนอื่นสะท้อนว่าระบบข้างในกำลังพัง คนอารมณ์เสียเพราะถูกด่า แสดงว่าระบบของตัวเองก็พังตามไปด้วย [ว.วชิรเมธี]ஐ.¸¸.·´¯`¸¸.·
WH_Y
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,222



« ตอบ #27 เมื่อ: วันที่ 16 มีนาคม 2010, 00:19:51 »

เอามาแจมด้วยนะคะ จากกล้องน้อยค่ะ..


* RIMG0826new.jpg (100.88 KB, 706x531 - ดู 133 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
WH_Y
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,222



« ตอบ #28 เมื่อ: วันที่ 16 มีนาคม 2010, 00:21:05 »

 ยิงฟันยิ้ม


* RIMG0828new.jpg (109.4 KB, 531x706 - ดู 133 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
WH_Y
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,222



« ตอบ #29 เมื่อ: วันที่ 16 มีนาคม 2010, 00:22:49 »

ต้นตะเคียนที่พบในแม่น้ำโขงกำลังจะมีที่บังแดดบังฝนแล้วค่ะ..


* RIMG0829new.jpg (114.81 KB, 706x531 - ดู 132 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
WH_Y
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,222



« ตอบ #30 เมื่อ: วันที่ 16 มีนาคม 2010, 00:25:24 »

เบื้องหลังการถ่ายภาพหมู่ค่ะ..


* RIMG0833new.jpg (111.25 KB, 700x525 - ดู 126 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
WH_Y
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,222



« ตอบ #31 เมื่อ: วันที่ 16 มีนาคม 2010, 00:26:47 »

 ยิงฟันยิ้ม


* RIMG0834new.jpg (132.35 KB, 706x531 - ดู 130 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
WH_Y
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,222



« ตอบ #32 เมื่อ: วันที่ 16 มีนาคม 2010, 00:28:26 »

งานนี้มีเวบอื่นมาร่วมแจม.. ยิงฟันยิ้ม


* RIMG0838new.jpg (64.14 KB, 531x706 - ดู 135 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
WH_Y
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,222



« ตอบ #33 เมื่อ: วันที่ 16 มีนาคม 2010, 00:30:47 »

คู่หวาน.. ยิ้มกว้างๆ


* RIMG0846new.jpg (117.5 KB, 531x706 - ดู 134 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
WH_Y
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,222



« ตอบ #34 เมื่อ: วันที่ 16 มีนาคม 2010, 00:32:18 »

ต้นงิ้วแดง..เหลือแต่กิ่งก้านในไม่ค่อยจะมี..


* RIMG0847new.jpg (119.09 KB, 525x700 - ดู 124 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
WH_Y
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,222



« ตอบ #35 เมื่อ: วันที่ 16 มีนาคม 2010, 00:34:32 »

 ยิ้ม


* RIMG0850new.jpg (124.39 KB, 700x525 - ดู 123 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
WH_Y
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,222



« ตอบ #36 เมื่อ: วันที่ 16 มีนาคม 2010, 00:36:32 »

คนเฝ้าโบราณสถานคงจะแปลกใจว่าทำไมวันนี้คนมาที่นี่กันเยอะจัง..


* RIMG0853new.jpg (107.27 KB, 706x531 - ดู 113 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
WH_Y
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,222



« ตอบ #37 เมื่อ: วันที่ 16 มีนาคม 2010, 00:37:52 »

รูปหมู่อีกสักภาพค่ะ..


* RIMG0855new.jpg (108.19 KB, 706x531 - ดู 118 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
WH_Y
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,222



« ตอบ #38 เมื่อ: วันที่ 16 มีนาคม 2010, 00:39:54 »

ที่วัดร่มเย็น ยังคงรับสัณญานโทรศัพท์ได้.. ยิ้มกว้างๆ


* RIMG0858new.jpg (90.54 KB, 531x706 - ดู 121 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
WH_Y
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,222



« ตอบ #39 เมื่อ: วันที่ 16 มีนาคม 2010, 00:42:05 »

เตรียมตัวขึ้นรถสองแถว เอ๊ยรถคุณแต๋นปิ๊กบ้านเฮาแล้ว..เอ้าขึ้นรถ.. ยิ้มกว้างๆ


* RIMG0861new.jpg (122.9 KB, 706x531 - ดู 120 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
เรื่องที่น่าสนใจ
 

ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!