เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 04 กุมภาพันธ์ 2026, 04:52:18
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ธุรกิจบริการ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : https://forums.chiangraifocus.com/index.php?topic=1025412.0

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ตลาดกลางซื้อขายสินค้าออนไลน์
| |-+  ยา เครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม
| | |-+  สัญญาณเตือน ภาวะจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุ
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน สัญญาณเตือน ภาวะจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุ  (อ่าน 37 ครั้ง)
pinkday
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


« เมื่อ: วันที่ 23 ธันวาคม 2025, 14:21:23 »

จอประสาทตาเสื่อม ส่วนใหญ่มักเป็นผู้สูงวัย หรือกลุ่มคนวัยทำงานที่ใช้สายตาหนักและเริ่มกังวลเรื่องการมองเห็นที่ผิดปกติ เช่น มองภาพบิดเบี้ยว หรือมีจุดดำกลางภาพ

ภาวะจอประสาทตาเสื่อม คือความผิดปกติที่เกิดขึ้นบริเวณ "จุดรับภาพชัด" ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดของจอประสาทตา ทำหน้าที่ช่วยให้เรามองเห็นรายละเอียดต่างๆ ได้ชัดเจน เมื่อจุดนี้เสื่อมสภาพลง จะทำให้การมองเห็นภาพตรงกลางมัวลง บิดเบี้ยว หรือหายไปในที่สุด

แยกให้ชัด ตาแห้ง กับ จอประสาทตาเสื่อม ต่างกันอย่างไร
หลายคนมักสับสนระหว่างอาการ ตาแห้ง กับจอประสาทตาเสื่อม เนื่องจากมีอาการระคายเคืองตาคล้ายกันในระยะแรก
ตาแห้ง : เกิดจากน้ำตาหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ ทำให้แสบตา เคืองตา รู้สึกเหมือนมีเม็ดทรายในตา หรือตาพร่ามัวชั่วคราวเมื่อกะพริบตาจะดีขึ้น
จอประสาทตาเสื่อม : เป็นเรื่องของโครงสร้างภายในดวงตา อาการหลักคือมองภาพตรงกลางไม่ชัด เห็นเส้นตรงเป็นเส้นคลื่น หรือเห็นจุดดำบังกลางภาพ ซึ่งอาการนี้ไม่หายไปด้วยการหยอดน้ำตาเทียม



อาการแบบไหน ที่ต้องรีบพบแพทย์
- มองเห็นภาพตรงกลางมัว แต่ภาพด้านข้างยังชัดอยู่
- เห็นเส้นตรง (เช่น ขอบประตู หรือตาราง) เป็นเส้นบิดเบี้ยวหรือคดเคี้ยว
- การอ่านหนังสือทำได้ยากขึ้น แม้จะใช้แว่นสายตาแล้ว
- ความสว่างของสีลดลง หรือแยกแยะสีได้ยากขึ้น

แนวทางการรักษา
ในปัจจุบัน การรักษา ภาวะจอประสาทตาเสื่อมมีเป้าหมายหลักคือ "การชะลอความเสื่อม" และรักษาการมองเห็นที่เหลืออยู่ให้ได้นานที่สุด โดยวิธีที่นิยม ได้แก่
การฉีดยาเข้าวุ้นตา : สำหรับประเภทเปียก เพื่อยับยั้งหลอดเลือดที่ผิดปกติและลดการรั่วซึม
การใช้เลเซอร์ : เพื่อทำลายหลอดเลือดที่ผิดปกติ
การรับประทานวิตามินบำรุง : แพทย์อาจแนะนำวิตามินสูตรเฉพาะ (เช่น AREDS2) เพื่อชะลอการลุกลามในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง

การดูแลและป้องกัน
เราสามารถลดความเสี่ยงและ การดูแลและป้องกัน จอประสาทตาไม่ให้เสื่อมก่อนวัยได้ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้:
สวมแว่นกันแดดเสมอ : เพื่อป้องกันรังสี UV และแสงสีฟ้าที่ทำลายจอประสาทตา
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน : เน้นผักใบเขียว (ลูทีนและซีแซนทีน) และปลาที่มีโอเมก้า 3 สูง
งดสูบบุหรี่ : การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆ ที่ทำให้จอประสาทตาเสื่อมเร็วขึ้น
ตรวจสุขภาพตาประจำปี : โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง
ใช้ตารางกริด : เช็กการมองเห็นด้วยตัวเองเป็นประจำ เพื่อตรวจหาความบิดเบี้ยวของภาพ

ภาวะจอประสาทตาเสื่อมเป็นโรคที่มาพร้อมกับอายุและไลฟ์สไตล์ แต่หากเรามีความเข้าใจเรื่อง การรักษา ที่ถูกต้อง และใส่ใจใน การดูแลและป้องกัน ตั้งแต่วันนี้อย่าปล่อยให้อาการพร่ามัวเป็นเรื่องปกติของวัย มีอาการมองภาพบิดเบี้ยว หรือสงสัยว่ามีอาการมากกว่าแค่ ตาแห้ง แนะนำให้ปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด

IP : บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
เรื่องที่น่าสนใจ
 

ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!